Friday, October 4, 2013

โลกของฉัน 12 วัน ที่ญี่ปุ่น ครั้ง1

เที่ยวญี่ปุ่นไม่ต้องพึ่งทัวร์ เพิ่งแต่ฝาชี 
(แกรู้ดีกว่าทัวร์อีก)

Du kan lese norsk på bunnen av siden.


          เรากับฝาชีแพลนกันไปญี่ปุ่นตั้งแต่ต้นปี 2013 เพื่อฮันนีมูน แต่ไปจริงตั้งเดือนกันยายนแน่ะ เราชอบประเทศญี่ปุ่นหลายอย่าง และฝาชีก็ชอบประเทศญี่ปุ่นเหมือนกัน แกไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้ว 8 ครั้ง มีเพื่อนที่นี่เยอะ เวลาแกมาก็จะมาอยู่เป็นเดือนช่วงพักร้อน จนแกพูดภาษาญี่ปุ่นได้อะ แต่ไม่ถึงกับเทพนะ แบบสนทนาได้อยู่

          เราไปญี่ปุ่น 12-23 September.2013 ช่วงเข้าหน้าฝน มีวันนั้นใต้ฝุ่นเข้า โซนทางใต้น้ำท่วมใหญ่ แต่โตเกียวแค่ลมแรงมาก ฝน ฟ้ามืด และยังมีอีกคืนนึง แผ่นดินไหว ตอนตี 2 แต่เราไม่รู้ตัว วันนั้นไปดื่มมากลับหลับหัวทิ่มเลย ไม่รู้สึกอะไรสักนิด :D


          เล่าย้อนก่อน ตอนที่ถึงสนามบินนาริตะ ตอนตรวจคนเข้าเมือง เค้าก็ถามว่า มากี่วัน ก็ตอบไปว่า 12 วัน เค้าก็โอเค ผ่านมาได้ ไม่ยาก แต่ตื่นเต้นดี มาถึงตรงตรวจกระเป๋า เจ้าหน้าที่พูดญี่ปุ่นใส่ หน้าเอ๋อ...แล้วมองหน้าแกแบบงงๆ เลยบอกว่า "อิงลิช" ก็ฮากันไป เค้าแค่ถามว่า กระเป๋าสองใบนี้ของเธอเหรอ (ไม่ใช่ของชั๊นแล้วจะหิ้วมาทำไมแว๊ะ) อิอิ

          แล้วก็โดนพูดภาษาญี่ปุ่นใส่ตลอด ทุกที่ ทุกคน ร้านอาหารประมาณว่าถามมากี่คน ก็มองหน้าเรา ดีที่ฝาชีตอบแทน หรือร้านมินิมาร์ท เอาง่ายๆ ทุกทีเลย มีคนมาถามทางด้วยนะ เลยบอกว่า "ซอรี่" ฮ่าๆๆๆ

          เออ 2 วันแรกที่ญี่ปุ่นหนักมากๆ เพราะเวลาเร็วกว่านอร์เวย์ 7 ชม. ร่างกายมึนงงไปหมด ไม่รู้จะนอนจะตื่นกี่โมง หน้าก็โทรมแต่ก็ต้องพยายามนอนเวลาญี่ปุ่น ตื่น 9-10 โมงก็ยังดี แต่สักพักก็โอเคผ่านไปได้

เริ่มเรื่องเลยแล้วกัน ^_^
สนามบิน Lufthavn สนามบินหลักของเมือง Oslo 
ตั้งอยู่ตรง Gardermoen , นั่งรถบัสประมาณ 45 นาที จาก Oslo
นั่ง Finnair ลำน้อย
ไปต่อเครื่องที่ประเทศฟินแลนด์ ประมาณ 1 ชม.กว่าๆ
ฟินแลนด์ รอต่อเครื่องไปโตเกียว
เจ้าหน้าที่ตรวจพาสปอร์ตที่ฟินแลนด์เข้มมาก 
เห็นเราเป็นสาวเอเชียขอดูโน่นนี่ เช็คอย่างนาน
บรรยากาศบนเครื่อง(ลำใหญ่) แต่รู้สึกว่าที่นั่งตรงขาแคบลง ><'
อาหารมื้อแรก อร่อยค่ะ
          ถึงแล้วแผ่นดินญี่ปุ่นมาลงสนามบินนาริตะ ใช้เวลาบินจากฟินแลนด์มาญี่ปุ่นประมาณเท่าไหร่จำไม่ได้ แต่รู้ว่าเดินทางทั้งหมดประมาณ 13 ชั่วโมง จากนอร์เวย์ถึงโตเกียว (ไม่ได้นอนเลยเพราะนอนไม่หลับเลย)
นั่งรถไฟ Narita Expess(NEX)ไปลง Shinjuku ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที
บรรยากาศภายในรถไฟ
อย่านั่งสุ่มสี่สุ่มห้านะ เค้ามีเลขที่นั่งและเลขประตูขึ้น ดูตั๋วให้ดีๆ
          ถึงแล้วโรงแรมเรา นั่งรถไฟมาลงสถานี Shinjuku แล้วขึ้นทางออก South Exit นะ จะได้ไม่หลง Hotel Sunroute Plaza ตรง Shinjuku 11 คืน เท่ากับ 39,083 บาท 
ห้องน้ำเล็กกระทัดรัด
ห้องพักที่โรงแรม
Shinjuku
สถานที่ใกล้โรงแรม เดินข้ามถนนไปสองทีก็จะเป็นสถานีรถไฟ
Shinjuku  สถานที่ใกล้โรงแรม
 ตรงสถานี Shinjuku ลิฟท์อันนี้ขึ้นไปชั้นบนจะเป็นศูนย์อาหาร 3 ชั้น

 เลือกร้านเทมปุระ
อร่อยมากกกกก แต่จะมีพวกซุป ไข่ตุ๋น ข้าว ให้มาด้วย 
ชุดนี้ประมาณ 1,200 Yen (387 บาท)
Festival At Shinjuku  ไม่รู้งานอะไร 

เครป สตอเบอร์รี่กับวิปครีม
อร่อยมาก เพราะไม่ค่อยหวาน  ราคา 500 Yen (158 บาท)
ร้านปูยักษ์ อยากกินตัวที่เห็นเนี่ย :D
___________________________________________________________

ร้านอาหารสไตล์ Izakaya 

Izakaya  หมายถึงร้านอาหารที่เสิร์ฟด้วยอาหารน้อยๆ เล็กๆ 
มีให้เลือกหลายแบบ เหมาะสำหรับกินกับแกล้มกับสุรา 
ส่วนใหญ่จะกินที่ Shinjuku แต่หลายร้าน อาหารก็จะแตกต่างกันไปแต่ละร้าน
ร้านที่หนึ่ง
  ไข่ปลา 3 ประเภท จำไม่ได้ปลาอะไร แต่ไม่ชอบอะ
 ขาดไม่ได้เกี๊ยวซ่า
 คล้ายๆ คอหมูย่าง แต่ต้องเอาหมูไปวางบนก้อนหินร้อนก่อนกิน ใส่มะนาวด้วย 
 ไม่รู้อะไร แต่อร่อยมากกกก
คล้ายๆ ทอดมันนะ อร่อยดี
บรรยากาศ อันนี้ร้านแรก
-------------------------------------------------------------------------------
ร้านที่สอง
ยากิโซบะทะเล อยากกินอีกๆๆๆ ถึงจะดูธรรมดา แต่อร่อยอะ
ชิกุวะ ไส้ชีส
ปลาหมึกสดๆ (เราไม่กินอะ น่ากลัว)
กิมจิ (คุณฝาชีชอบกิน)
-------------------------------------------------------------------------------
ร้านที่สาม
อันนี้เป็นอีกร้านนึง กระเพราะไก่ ไข่ดาว (ไม่อร่อยเลย)
ยำวุ้นเส้น รสชาติพอกินได้      
-------------------------------------------------------------------------------
ร้านที่สี่
 รู้สึกว่าจะไส้ชีสนะ
คล้ายราดหน้ากินกับหมี่กรอบเลย แต่เราว่าราดหน้าที่ไทยอร่อยกว่า 
 ข้าวโพดผัดเนย กับกิมจิ
___________________________________________________________
Shinjuku
ราเมนร้านนี้อร่อยโฮก เพื่อนญี่ปุ่นพามากิน
ของเล่นหาเล่นได้ง่ายๆ มีเกือบทุกซอย
เล่นเกมขับรถ Mario Kart มาด้วย ฮ่าๆ ได้ที่ 4 แหน่ะ
Shinjuku
          ร้าน ABC-Mart มีสาขาไปทั่ว นับไม่ถ้วน แกขายรองเท้าทุกยี่ห้อ หลายแบบ หลายสไตล์ ราคาก็ถูกด้วย ถ้ามันลดนะ บางรุ่นมีขายเฉพาะที่นี่ล่ะ
          เลยซื้อแวนรุ่นนี้มา ปกติใส่นิวบาลานด์ แต่มันไม่มีโมเดลสวยๆ แบบโดนใจ แถมแพงอีกต่างหาก ประมาณ 10,000 Yen อัพ (3,174 บาท) เลยเปลี่ยนใจมาใส่แวนเมื่อเจอโมเดลนี้ ราคาปกติเกือบ 7,000 Yen (2,222 บาท) ลดเหลือ 4,999 Yen (1,587 บาท) ถูกเลย สวยด้วย แถมโมเดลนี้มีขายที่นี่ที่เดียวล่ะ อิอิ แต่ใส่เดินที่ญี่ปุ่นไม่ไหวอะ ร้อนมาก เอากลับมาใส่ที่นอร์เวย์โอเคเลย

          กระดาษทิชชู่แจกฟรี ได้มาเพียบเลย เป็นห่อกระดาษทิชชู่แฝงโฆษณา ยืนแจกกันเต็มไปหมด ที่ Shinjuku กับ Shibuya นี่ปฎิเสธไม่รับไปหลายห่อเลยนะเนี่ย ที่เห็นนี่ยังน้อย เหอๆๆ

Shinjuku ยามค่ำคืน
ใครชอบดื่มก็มาที่นี่ได้เลย
Golden Gai อยู่ตรง Shinjuku
มีบาร์นั่งร้านเล็กๆ ยังคงสไตล์ความเก่าแก่ 
ที่มีเสน่ห์และเป็นเอกลักษณ์อย่างสวยงาม love มากๆ
Evi Bar (เพื่อนฝาชี)
ToTo Bar
Euphoria Bar เจ้าของบาร์ เป็นเพื่อนซี้ฝาชี 

          เห็นแต่ละร้านขนาดเล็กแบบนี้ ราคาเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะคะ คิดค่านั่งด้วย บางร้าน 700 Y บางร้าน 1000 เยน ราคาดริ๊งก็ต่างกันไป เช่นเบียร์ 700 เยน แต่บางร้านราคาแพงกว่านี้ก็มี แล้วแต่โปรฯของแต่ละร้าน (แพงม๊าก) แต่เราจะได้สัมผัส ได้ใกล้ชิดกับผู้คนญี่ปุ่นพื้นเพ ที่เค้ามานั่งดื่ม และคุยกันอย่างเพื่อน ถึงเค้าจะพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่พวกเค้าก็พยายาม และพวกเค้าก็น่ารักมากๆ ด้วย 
Shinjuku 
ประสบการณ์การดื่มเหล้าสาเก บาร์นี้ต้องยืนดื่มค่ะ
เพื่อนชาวญี่ปุ่นของฝาชี ซ้ายและขวา  ชื่อ เค กับ มาซ่า
___________________________________________________________

เดินทางจาก Shinjuku to Harajuku 
ซื้อบัตร Suica และเติมเงินขั้นต่ำ 1,000 เยน
บัตร Suica ใช้เดินทางโดยรถไฟ
อย่าลืมสแกนบัตร Suica เข้า-ออก ด้วยนะ
จะเข้าออกจากสถานีอ่านให้ดีนะ หลงเอาง่ายๆ จะบอกให้มีทางออกเป็นร้อยทาง
บรรยากาศภายในรถไฟ ช่วงวันธรรมดา และเวลาไม่เร่งด่วน
Harajuku Station
นั่งรถไฟจาก Shinjuku มา Harajuku 2 ป้าย
วันธรรมดา คนไปทำงาน เงียบเชียบ
Harajuku 
วันหยุดสุดสัปดาห์ ไปไหนก็มีแต่ผู้คนมากมาย
Harajuku  วันธรรมดา เดินได้ง่ายๆ สบายๆ
Harajuku วันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ต้องเดิน ไหลอย่างเดียว :P
Harajuku Station 
วันหยุดสุดสัปดาห์ - -" (บอกตรงๆ ว่าไม่ไหว คนเยอะเกินไปอะ)
วันธรรมดา เหมาะกับการช้อปเป็นที่สุด
          Daiso ที่ Harajuku ทุกอย่างราคาเดียว 106 เยน (35 บาท) ถูกมาก... ต้องบอกก่อนว่า เราอยู่ที่นอร์เวย์ เท่ากับ 6 โครนนิดๆ ถือว่าถูกมาก แต่พอมองเป็นเงินไทย ก็แอบแพงเหมือนกันนะเนี่ย 
Harajuku
Harajuku
Harajuku
Harajuku
Harajuku
เป็นที่นิยมเพราะมีร้านเล็กๆ ขายของแฟชั่นมากๆๆๆๆๆมาย 
และวัยรุ่นก็จะแต่งตัวแนวๆ น่ารักๆ กันเยอะ (เราชอบ Harajuku และติดใจที่นี่มากๆ)
___________________________________________________________

Omotesando
 คนที่นี่ชอบเดินกางร่ม และก็ชอบใส่แขนยาว
 เพราะพวกเค้าไม่อยากดำ
ชื่อห้าง Omotesando Hills
           ห้างไฮโซ ที่ก่อสร้างด้วยดีไซค์ที่แปลก โมเดิร์นเอามากๆ มีประมาณ 4-5 ชั้น แต่เดินขึ้นได้โดยไม่ต้องพึ่งบันไดเลื่อน เอาง่ายๆ เหมือนเดินขึ้นภูเขาอะ แล้วก็เดินวนๆ ขึ้นๆ

Luxury place
วิวถนน สักหน่อย
___________________________________________________________

Shibuya
นั่งรถไฟจาก Shinjuku ไป Shibuya 3 สถานี
หรือนั่งจาก Harajuku  ไป Shibuya 2 สถานี
Hachiko at Shibuya
เป็นที่ meeting place อันยอดนิยม

Shibuya
ในช่วงเวลาเร่งด่วน จะมีคนเดินข้ามถนน 2,500 คน 
ในไฟแดง 1 ครั้ง (ว๊าวว...เยอะมากๆ เลย)



Shibuya 
ที่เป็นที่นิยมเพราะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง และคลับสำหรับวัยรุ่น 
แต่เราชอบฮาราจุกุมากกว่า อิอิ
_____________________________________________________________

บาร์แถว Asagaya
          เค และ มาซ่า เพื่อนของเค ทำงานอยู่ที่นี่ เวลาเค้าจะเสิร์ฟสาเกนะ เค้าลงไปนั่งกับพื้นแล้วเทใส่แก้วเสิร์ฟอะ ลูกค้าที่ญี่ปุ่น คือประเจ้าจริงๆ หลายร้านที่เจอ เค้าบริการดีมากๆ เลย
____________________________________________________________

Asakusa
สุกี้ยากี้ , ชาบู ชาบู
ชาบู ชาบู
สุกี้ยากี้ เอาหมูมาจุ่มกับไข่ไก่
เพื่อนชาวญี่ปุ่นของฝาชี ชื่อว่า นากาฮาร่า
At Asakusa

วัดเซ็นโซจิ Sensoji
มีการกวักควัญธูปเข้าตัวเอง หมายถึงเราสะอาดขึ้นนั่นเอง
(เป็นไปได้ยังไง ถ้าตามหลักความจริง?)
____________________________________________________________

Akihabara
Yodobashi electronics shopping mall ใหญ่ม๊ากกกกก......
วันหยุดสุดสัปดาห์ คนก็เยอะด้วยล่ะ
บันไดเลื่อนที่ญี่ปุ่น คนไม่รีบยืนชิดซ้าย คนรีบเดินทางขวา
ปฎิบัติโดยพร้อมเพรียงกันทุกคน
At Akihabara  ถนนตามซอย
มีร้าน Cafe ที่เป็นสาวเมดเยอะมากๆ
          สาวๆ ตัวแทนแต่ละร้านจะออกมายืน เรียกลูกค้าเยอะมาก ทั้งน่ารัก ทั้งพอดูได้ ถ้าลูกค้าสนใจก็เดินไปหานาง แล้วนางจะพาไปที่ Cafe ส่วนปกติแล้ว สาวเมดน่ารักๆ พวกนี้จะไม่ยอมให้ถ่ายรูปค่ะ พอเรายกกล้องปุ๊ป..นางจะเอามือปิดหน้าทันที พวกเค้าไม่ได้อายหรอกค่ะ แต่การถูกถ่ายรูปของพวกเค้า สามารถทำรายได้ได้ต่างหาก (แต่ภาพนี้ถ่ายทัน ฮ่าๆๆๆ)
          ประสบการณ์เมดคาเฟ่ครั้งแรกก็มาถึง ร้านนี้ชื่อว่า Maiddreamin Cafe จะเห็นได้ว่า เราไม่ได้ถ่ายรูปสาวๆ ที่อยู่ในร้าน เพราะค่าถ่า่ยรูป 500 Yen ค่ะ :P
          อยากบอกว่าไม่ชอบเลยค่ะ พอไปถึงร้านปุ๊ป พวกเค้าก็พูดประมาณว่าต้อนรับเรา แล้วทุกคนที่อยู่ในร้านต้องปรบมือดีใจ เย้ๆ... และสักพักก็มีโชว์ร้องเพลง เต้น เสียงดังแบบน่ารำคาญมากกว่าค่ะ ตอนแรกนึกว่าเป็นสาวๆ น่ารักแค่บริการเสิร์ฟเครื่องดื่ม แต่ไม่ใช่เลย มันเยอะเกิ๊น!! (เพื่อนคนญี่ปุ่นพามา ก็เลยต้องมากับเค้า จำใจ อิอิ)
___________________________________________________________

At Korakuen 
"Korakuen Amusement Park"
เป็นสวนสนุกขนาดย่อม มีด้านหลังอีกกว้างเหมือนกัน 
แต่ก่อนเดินขอกินก่อนแล้วกัน หิวๆๆ
Sushi At Korakuen
Sushi At Korakuen
ว๊าววว...ปู
มีโชว์น้ำพุเต้นระบำด้วย
 ได้นั่งชิงช้า มีเพลง มีแอร์ข้างในด้วย แต่ 1 รอบเองอะ
วิว งามๆ
เครื่องเล่นชื่อไรไม่รู้ ขึ้นไปแล้วมันก็ตกลงมา 
คล้ายๆ บอลลูน โยโย่
______________________________________________________

Odaiba

 ตึกสถานีโทรทัศน์ฟูจิ
มาลงสถานีนี้ ไม่รู้ชื่ออะไร :P
Miraikan พิพิธภัณฑ์
ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ 600 Yen (190 บาท)



มีพวกคอสเพลเพียบเลยตรงลานหญ้านี่


Palette Town
 Venus Fort 
 Venus Fort 
Venus Fort 
Venus Fort 
Palette Town
คีบตุ๊กตา 2 ตู้ ตัวเล็ก 100 Yen ตัวใหญ่ 200 Yen 
ครั้งเดียวได้เลย สุดยอด คุ้ม!
Palette Town
Palette Town
 ครั้งแรกในชีวิตกับการเล่นโบลลิ่ง สไต๊ไป 2 ที ฟลุ๊คๆ
Palette Town
Rainbow Bridge
.............................................................
ต่อที่ห้าง Deck ในส่วนของ Joypolis
ค่าตั๋ว 300 Yen (96 บาท)
ถ้าจะเล่นของเล่นข้างในก็จ่ายอีกต่างหาก แต่แค่เข้าไปเดินเล่นก็สนุกมากแล้ว



มีเครื่องเล่นน่าตื่นเต้นมากมาย แต่คิวยาวมาก 
The Ring2 3D
น่ากลัวมาก นางเดินปรี่...เข้ามา สยองอะ - -'

          Odaiba อยู่ในเขตของโตเกียว เป็นเกาะขนาดย่อมที่สร้างโดยมนุษย์โดยการถมทะเล ตั้งแต่ คศ. 1853

          Odaiba เป็นอะไรที่สนุกสนานมาก 1 วันเต็มๆ กับที่นี่ มีอะไรให้ทำเยอะ ไหนจะห้าง ของเล่น ของกิน ที่โรแมนติก สวยงาม ให้คะแนนเต็มสิบเลย
______________________________________________________

Tokyo Disney 
ถึงแล้วเย้!

ตั๋วราคา 6,200 Yen (1,968 บาท)



          อันนี้เข้าไป นั่งเรือในที่มืด Pirates of the Caribbean ก็สนุนสนานแบบกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งประทับใจดี .... เครื่องเล่นทุกอย่างต้องเข้าคิวไม่ต่ำกว่า 1 ชม.
ที่จอดรถเข็นเด็ก :D
นั่งเรือเล่น
แอบถ่ายสาว 
นี่ก็เข้าคิว เล่นรถไฟเหาะ ชั่วโมงครึ่ง 
ดูดิ คนเยอะขนาดไหน 
นี่ไงรางรถไฟเหาะ 
Splash Mountain 2 ชม. แทบตาย ... แต่คุ้มกับการรอ
          มีคิว 2 ช่อง แบบสแตนบาย คือคนที่มาเข้าคิวตามปกติ แบบฟาส เป็นคนที่เอาบัตรไปตี๊ดที่เครื่อง แล้วก็จะกลับมาเล่นตามที่เวลาบอก เช่น ตี๊ดตอนเที่ยง เวลาอาจบอกให้มาเล่นอีกทีตอน 5 โมงเย็น ก็สามารถเดินเข้าช่องฟาสได้เลย (แต่ที่เอาบัตรไปตี๊ดเครื่อง ไม่รู้ได้กี่ครั้ง เพราะไม่ได้ลอง)
Splash Mountain  มันไม่ใช่แค่ตกลงมาแล้วน้ำกระจาย 
แต่ก่อนหน้าที่จะโผล่ออกมาตกอะ มันเป็นอะไรด้านในที่ประทับใจมากๆ

พาเหรด 
มิกกี้เม๊า 

คนรอดูขบวนพาเหรดเยอะมาก 
          Tokyo Disney ครบรอบ 30 ปี (กว่าจะได้กลับประมาณเกือบ 3 ทุ่ม) แต่ไม่ได้เล่นครบทุกอย่าง ไม่มีเวลา แต่ละเครื่องเล่น ก็คิวยาวมาก็เลือกแต่อันเด็ดๆ นี่ขนาดวันธรรมดานะ ถ้าวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ต่ำกว่า 2 ชม. รอ

          โดยรวม Tokyo Disney สนุกแบบเด็กๆ น่ารักๆ จะไม่เน้นเครื่องเล่นหวาดเสียวเลย แต่จะเป็นเหมือนอีกโลกนึงที่ให้เด็กๆ ได้เข้ามาผจญภัยแบบสนุกสนาน แต่มีอีกเครื่องเล่นนึง เป็นรถไฟเหาะในความมืดก็ใช้ได้นะ แต่ไม่หวาดเสียวเท่าไหร่ รอคิวนานขาลากเหมือนกัน ถ้าถามว่าสนุกไหม? ขอตอบว่ารอคิวเหนื่อยกว่าสนุกค่ะ
_____________________________________________________

Tokyo Midtown
ห้างมีแต่ของแบรนด์เนม ไฮโซ
 แต่คือที่นี่เป็นเมืองใหม่ที่เค้าสร้างขึ้น แต่ยังอยู่ในโตเกียวนะ
 มีสวนด้วย เห็นหมามาเดินเล่นหลายตัวที่นี่


ร้านปลาปั๊กเป้า
_____________________________________________________

Roppongi
สงสัยว่าจะเป็น แมงมุมยักษ์ นะ
สามารถมองเห็น Tokyo Tower จาก Roppongi
พระจันทร์เต็มดวงด้วยอะ :D
Ticket
เราสามารถขึ้นไปบนตึก Roppongi Hills เพื่อดูวิวสวยๆ 
ในราคา 1,500 Yen (477 บาท)
ภาพมุมสูง
ภาพภูเขาไฟฟูจิไกลๆ และแสงสีไฟต่างๆ ของมือง
ส่วนตัวชอบภาพนี้มากๆ เลยค่ะ
และวันนี้ก็เป็นวันครบรอบ 2 ปีที่เราได้รู้จักกัน
รูปนี้ทางตึกเค้าถ่ายให้ ก็เลยซื้อไว้เป็นที่ระลึกราคา 1,200 Yen
____________________________________________________________

ร้านนินจา NINJA AKASAKA
          ถ้าใครจะมาร้านนี้ ต้องโทรจองล่วงหน้าสัก 2-3 วัน แต่รับรองว่าใครที่ได้มาแล้วจะต้องประทับใจกลับไปแน่นอน ทั้งสถานที่ด้านใน เหมือนกับเมืองๆ นึงในนั้นเลย และบรรยากาศ ความสนุกสนานระหว่างเดิน พนักงานนินจา และมีโชว์กลด้วย
          ส่วนอาหาร เราไม่สามารถเลือกได้ ทางร้านจะเลือกให้เราเอง แต่จะมีอยู่เมนูนึงเราเลือกได้ระหว่าง ปลาแซลมอน กับหมู เค้าพูดมาแค่นี้แหละ เราก็บอกไปว่าจะกินอะไร ที่ให้เลือกนี้ มันเหมือนเป็นจานพิเศษ 

เมนูแรก อะไรก็ไม่รู้ จะว่าขนมก็ได้มั๊ง 
เอาดาวสีดำกระจายมาจิ้มกับจานเล็กๆ แล้วกิน
เมนู 2 ดูเหมือนของหวาน แต่ไม่ใช่นะ 
เป็นพวกผัก กับเส้นขดๆ เป็นรูปเค้ก แปลกดี
เมนู 3 เป็นถั่ว ไก่ ผัดรวมกันกับพริก 
ชอบมากที่สุด ทั้งกลิ่นและรสชาติสุดยอด
เมนู 4 คล้ายต้มยำบ้านเรา แต่ผักเค้าอร่อยดีนะ
เมนู 5 พาสต้า
 
เมนู 6 เมนูอันนี้เราเลือกได้ มีปลาแซลมอน กับ หมู เราเลือกหมู พอเห็นหมูปุ๊ป สีน่ากลัวมาก 
หมูสีดำ แต่ก็ลองกินดู กัดเข้าไป ว๊าว.... 
ยังกับเนื้อหมูสวรรค์ มันอร่อยมากๆ เลย ยังจำรสชาติได้อยู่เลย
เมนู 7 สดๆ แต่อิ่มแล้วยัดแทบไม่เข้า
เมนู 8 น้ำแข็งใสกับของหวาน อร่อยๆ
เมนู 9 มีชาดำ ชาเขียว กาแฟ เลือกว่าจะดื่มอะไร




ทางนินจาเค้ารู้ว่าเรามาจากนอร์เวย์ ตอนเราออกจากร้านจะกลับ 
เค้าก็วิ่งมา แล้วก็โชว์ป้าย Velkommen tilbake ประทับใจอย่างแรงส์!
แปลว่า Welcome back in English

          ค่าเสียหาย หัวละ 5,000 Yen (1,587 บาท) พวกเครื่องดื่มราคาแพงเหมือนกัน รวมแล้ว 22,220 Yen (7,053 บาท) แต่คุ้มมากๆ อาหารอร่อยทุกอย่าง แบบเอาเข้าปากไปแล้วรู้สึกว่า เฮ๊ย! นี่มันอาหารจากสวรรค์รึเปล่านี่ พูดจริงๆ อร่อยมาก ประทับใจทุกอย่างของทางร้าน สุดยอด!!!
___________________________________________________________

Hakkeijima Sea paradise
นั่งรถไฟจาก Shinjuku มา Hakkeijima ประมาณ 1 ชม.
 ปลาตัวนี้มาจากประเทศไทยจ้า เค้าเขียนไว้เป็นภาษาญี่ปุ่น



 น่ารักมากกกกก
 ปลาตัวเล็กเพียบเลย

 ถ้ำบันไดเลื่อน ฮ่าๆ







 การแสดงโชว์ปลาโลมา
 บริเวณด้านนอก
Menu
ครึ่งและครึ่ง แกงดั้งเดิม กับแกงเขียวหวานแบบเผ็ด 
แรกๆ ก็ดี แต่กินไปกินมา เลี่ยนมาก...
 รถไฟเหาะตีลังกา ทำยื่นออกไปทะเลด้วย เจ๋งดี
          อารมณ์ยังกับสวนสยามบ้านเราเลย แถมคนน้อยพอๆ กับสวนสยามด้วย อิอิ โดยรวมสวนสนุกมีน้อยไม่น่าสนใจเท่าไหร่ เออ ไม่ต้องต่อคิวด้วย แต่ดูพวกสัตว์ทะเลอะ สนุกดี ^^
___________________________________________________________

Tokyo Sky Tree
ก่อนขึ้น Tokyo Sky Tree หิวมาก 
จัด Hawaii Hamburgerใหญ่มากๆ ไม่สามารถกินแบบประกบกันได้ 
ปากไม่กว้างพอ แต่ขึ้นชื่อมากๆ
Tokyo Sky Tree
ราคาตั๋วสำหรับขึ้นไปด้านบน 2,000 Yen (635 บาท)
คนเยอะมาก รอคิวประมาณ 40 นาที
ในที่สุดก็ถึงเคาร์เตอร์สักที
นี่ไง มุมด้านบน บ้านช่องเต็มไปหมด
ช่วงที่เป็นเป็นคาบต่อหัวค่ำพอดี เลยได้เห็นทั้งสว่างและมืด
(พระจันทร์เต็มด้วยอีกแล้ว โชคดีจัง)
รายละเอียดความสูง

          Tokyo Sky Tree สููงดีแต่สำหรับเราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะคนเยอะมาก พอขึ้นไปข้างบน ก็คนเยอะอีกเดินชนไปชนมา แย่งกันถ่ายรูป แย่งกันอยู่ตรงวิว อีกอย่างพระจันทร์เต็มดวงสวยด้วย แต่มองไม่เห็นภูเขาไฟฟูจิล่ะ เพราะสภาพอากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่
          เราชอบที่ Roppongi Hills มากกว่า เพราะคนน้อย ให้ความรู้สึกโรแมนติก และได้เห็นภูเขาไฟฟูจิด้วย ประทับใจมากๆ ถึงจะสูงไม่เท่า Tokyo Sky Tree ก็ตาม
_____________________________________________________________

ประสบการณ์การทำผมที่ Shinjuku
ร้าน Tom Cat
          ภาพ 1    กัดสีผมทั้งหัว เหลือตรงโคนไว้นิดนึง และห่อหัวด้วยพลาสติก
          ภาพ 2    แม่เจ้า อุบาทดีจังเลย เตรียมกัดผมตรงโคนหัว โคตรแสบเลย
          ภาพ 3    ห่อหัวอีกแล้ว ตูละเบื่อมากๆ เลย ขี้เกียจนั่งอยู่เฉยๆ
          ภาพ 4    ว๊ากก.! นั่นลิงเหรอนั่น รับไม่ได้อย่างแรงส์ (หลังจากเป็นลิง ก็ใส่สีและห่อหัวอีก)
          ภาพ 5    ว๊าวว...... สีสวยดีชอบๆ นึกว่าจะเป็นลิงจริงๆ ซะแล้ว
          ภาพ 6    คนนี้แหละที่ทำผมให้ชั๊น แกพูดอังกฤษไม่ได้ ถามแต่โอเคมั๊ย? ประมาณ 100 รอบ

          ค่าเสียหาย 9,800 Yen (3,128 บาท) ร้านนี้ได้เพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นเป็นคนแนะนำ นางบอกว่าร้านนี้ถูกมาก ปกติร้านอื่นประมาณ 12,000 Yen อัพ (3,831 บาท)  (กว่าจะเสร็จ 3 ชม.เซ็งมากนั่งอยู่เฉยๆ แต่สีสวยดีโอเคให้อภัย)
___________________________________________________________

Karaoke at Shinjuku 
ก็เราพักที่นี่อะ จะให้ไปไหนได้ อิอิ
          คาราโอเกะ ฟลุ๊คได้ห้องใหญ่ และวิวดีมากๆ ตอนแรกได้ห้องเล็ก แต่พอดีห้องนั้นไม่มีภาษาอังกฤษ เค้าก็เลยเปลี่ยนห้องให้ ชอบใจมากๆ ^_^
 วิวเต็มๆ
สุดยอด

สนุกสนานกันใหญ่ 3 ชม. กับเครื่่องดื่มที่ดื่มกันนับไม่ถ้วน
ค่าเสียหาย 16,000 Yen (5,100 บาท)
_____________________________________________________

          และก็ถึงวันต้องกลับบ้าน เรารู้มาว่าที่หน้าโรงแรมมีรถบัสไปถึงสนามบินนาริตะด้วย ก็เลยติดต่อซื้อตั๋วที่โรงแรมก่อนกลับหนึ่งวัน และเช็คเวลาขึ้นรถ ค่าตั๋วคนละ 3,000 Yen (966 บาท) ชั่วโมงกว่าๆ เพราะถ้าขึ้นรถไฟ ต้องลากกระเป๋าผจญภัยเยอะ บัสหน้าโรงแรมนี่ง่ายที่สุด 

กลับนอร์เวย์บ้านเรา
          ขากลับไปต่อเครื่องที่ฟินแลนด์ Passport Control อะ หน้าหม้อเปล่าไม่รู้ พอดูรูปเรายื่นพาสปรอ์ตให้ พูดไทยว่า "สวยจังเลย" 555 แล้วก็สวัสดีครับ ,ขอบคุณครับ แต่ก็ดีแกใจดี ยิ้มด้วย เพิ่งเคยเจอเจ้าหน้ายิ้มก็คนนี้แหละ ปกติโหด ดุ หน้าเข้ม อย่างกะจะกินกันเลย
          ตอนมาลงเครื่องที่ฟินแลนด์ วิ่งกันหัวฟัดหัวเหวี่ยง มีเวลาไม่เกิน 1 ชม. ที่ต้องไปขึ้นเครื่องต่อไปนอร์เวย์ แทบตาย แต่ก็ดีไม่ต้องรอต่อเครื่องนาน
_________________________________________________________

          สรุป การไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก สนุกดี มีอะไรให้ทำเยอะ ของกินก็เยอะ แฟชั่นก็เริศ ผู้หญิงน่ารักๆ เพียบ (หรือบางคนไม่น่ารัก เค้าก็รู้จักแต่งตัวแต่งหน้าให้น่ารักได้) แต่ผู้ชาย 2 % ที่หน้าตาดี  ผู้คนมีกฎระเบียบ เช่น ขึ้นบันไดเลื่อนต้องยืนชิดซ้ายถ้าไม่รีบ ส่วนในรถไฟ ต้องตั้งโทรศัพท์โหมดสั่น และถ้าจะคุยโทรศัพท์ต้องออกไปคุยนอกรถไฟ ก็ดีนะ จะได้ไม่หนวกหูเสียงดัง 

          ทุกอย่างที่นี่ต้องเข้าคิวหมด ด้วยประชากรที่โตเกียวเยอะมากๆๆๆๆ พวกเค้าก็คุ้นชินกับการต่อคิวเป็นอย่างดี คงถูกสั่งสอนคุ้นชินกันแต่เด็ก อย่างที่ดิสนีแลนด์ ต่อคิวเป็นชั่วโมงสองสามชั่วโมง พวกเค้าก็รอได้อย่างไม่โมโห ส่วนเรา โมโหไปหลายรอบล่ะ

          ร้านอาหารก็ต้องเข้าคิวเหมือนกัน ขนาดร้านอาหารมีทุกซอกทุกมุมแล้ว ถ้าวันธรรมดาก็ดีหน่อยนึง คิวสั้นลงหรืออาจไม่ต้องรอ แต่ถ้าวันหยุดสุดสัปดาห์ โอ๊ย!! อยากจะบ้าตาย หิวก็หิว รอไปเถอะ เดินเข้ามินิมาร์ทง่า่ยสุดสำหรับเรา

          ทำให้เรานึกถึงตอนสึนามิ ว่าทำไมพวกเค้าถึงเข้าคิวกันเป็นระเบียบ เพราะพวกเค้าคุ้นชินกับการเข้าคิวมาตั้งแต่เกิดนั่นเอง คือคำตอบ

          ห้องน้ำที่นี่ ชอบมากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบจะแบบกดปุ่มน้ำ หรือบางที่พอเราลุก มันก็กดชักโครกให้เลย รู้สึกว่าสะดวกสบายดีล่ะ และห้องน้ำเค้าก็สะอาดด้วย ขนาดห้องน้ำในบาร์ยังสะอาดเลย เมืองก็สะอาด ผู้คนเค้ามีระเีบียบ และรักความสะอาดดี อ้อ...เวลาไปร้านอาหารที่ญี่ปุ่น เค้าจะมีที่เช็ดมือให้ทำความสะอาดก่อนกินตลอด ชอบๆ มาก 

          ความปลอดภัย รู้สึกได้เลยว่าที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ปลอดภัยมากๆ เชื่อมั๊ย เราเดินกลับโรงแรมจากบาร์ประมาณ 15 นาที คนเดียว ตอนตี 1 ไม่มีใครสนใจหรือมองเราเลย และก็ยังมีบางคนเดินกลับแบบเมาๆ คอตก เซไปเซมาเยอะแยะ คือไม่มีใครสนใจใครอะ  (เป็นที่ไทยโดนผิวปากใส่ พูดจาหยาบคาย และลวนลามทางสายตาแน่นอน) หรือบางคนเมาจนเดินไม่ไหว ก็นอนมันข้างทางนี่แหละ เห็นเยอะเลย แต่งชุดออฟฟิตแต่เมานอนแอ๊อยู่ริมถนน 

          ที่ญี่ปุ่น เรารู้สึกว่า ที่นี่เป็นโลกของเรา ปกติเราชอบแต่งตัวประหลาดๆ ไม่เหมือนคนอื่นๆ พอแต่งที่ไหนๆ ก็มีแต่คนมอง แต่พอมาที่นี่แล้ว เรารู้สึกว่า เราแต่งตัวธรรมดา และรู้สึกว่าพวกเค้าเป็นแบบเรา เลยรู้สึกได้เป็นตัวของตัวเองมากที่นี่ อยากใส่อะไรก็หยิบมาใส่มิกแมทกันตามใจชอบ ไหนจะมีของเล่น เกม สถานที่สนุก ให้เล่นมากมายอีก (จะไม่ไปวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นอันขาด)

          กลับไปเที่ยวอีกหลายๆ รอบแน่นอน ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ดี เป็นความทรงจำที่ดีมากๆ เพื่อนก็นิสัยดีด้วยสุภาพเอามากๆ หลายเรื่อง และชอบออกตังให้ตลอดเลย บอกว่าไม่ แกก็ควักตลอด และอีกคนเพิ่งเจอกันครั้งแรก แกซื้อของให้เราเพียบเลย เป็นเหมือนของขวัญต้อนรับเรา เค้ารู้ว่าเราชอบฮัลโหลคิตตี้ ได้มาเพียบเลยล่ะ (เพื่อนของฝาชี ตอนนี้ก็กลายเป็นเพื่อนเราหมด
อิอิ)
ญี่ปุ่นอีกละ คราวนี้ไปไหนมาอีก ครั้ง2


Norwegian Language
          Jeg og mannen min reiste til Japan i ferien i 12 dager. Vi bodde i Shinjuku i Tokyo. Tokyo er hovedstaden i Japan, og Shinjuku var et veldig populæt sted for undom. Vi gjorde mange ting, som foreksempel Disney land, Tokyo Sky Tree, Harajuku, Shibuya, Odaiba og shoppet. Vi spiste mye slags mat, og det var første gang for meg å reise til Japan, men det var åttende gangen for mannen min. Han har mange japanske venner. Devar kjempesnille, og de imponerte meg.  Det var mange ting jeg likte med Japan. Eksempel....

- Toalettene er veldig rene, og de vasket rumpa automatisk veldig høyteknologisk toalett.

-Japanske folk er systemmatiske

-I rulletrappen står depå venste side. Degir plass til dem som har det travelt, og da kan man gå på høyre side.

-På  toget må man sette telefonen på lydløs. Det er ikke lov å snakke i telefonen inne på toget.

-Japan er et veldig trygt land.

-Japan har kul mote og mange søte jenter. Jeg likte å se på dem.

          Men en ting som jeg ikke liker er at det er for mange folk i Tokyo, særlig i helgen. Hvisdu vil gå på restaurant eller til en fornøyelsespark, må du vente i veldig lang tid.
          Men jeg håper på å reise tilbake snart.



   

No comments:

Post a Comment