fredag 15. november 2013

ข้อดี-ข้อเสีย การอยู่ต่างประเทศ

          การใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ฟังดูเหมือนจะง่าย จะมีอะไรล่ะวันๆ ก็แค่อยู่ กิน นอน ใช้ชีวิต ก็น่าจะเหมือนประเทศไทยใช่มั๊ย? ไม่ค่ะ คิดผิดเลย การใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกจริงๆ แล้วนั้นยากลำบากมาก คุณรู้มั๊ยว่าพวกเค้าต้องเผชิญอะไรบ้าง อากาศหนาว, สุขภาพ, ของแพง, อาหาร, ภาษา, ความเหงา, เพื่อน, ครอบครัว, งาน, คนดูถูก, คนนิสัยไม่ดี,  สามีไม่เข้าใจ.... 
  
          (บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อช่วยในการตัดสินใจสำหรับคนที่กำลังสับสนว่าจะอยู่เมืองไทยหรือย้ายไปอยู่ต่างประเทศดี เราเขียนในมุมมองกว้างๆ เพราะเราได้ยินมาเยอะหลายคนอยู่ไม่ได้ แอบร้องไห้ เพราะอยากกลับไทย เราไม่ได้ขู่ แต่เขียนให้คิดในมุมกว้างๆ ส่วนตัวเรามีความสุขและแฮ๊ปปี้ชอบชีวิตเมืองนอกมากกว่าไทย 100 เท่า) 

          อากาศหนาว แรกๆ ก็เย็นสบายดีล่ะ พอเวลาผ่านไปสักปีแล้วจะรู้สึกว่า เฮ้อ..ต้องหนาวอีกแล้วเหรอนี่  ทรมานจริงๆ แถมหนาวนานอีกต่างหาก 10 เดือนแน่ะ... ไหนหิมะจะทำถนนเป็นน้ำแข็ง เดินก็ลำบาก ลื่นล้มเป็นว่าเล่น จะเดินใกล้ๆ อาคารก็ต้องระวังก้อนน้ำแข็งจะร่วงหล่นลงมาใส่หัวตาย จะขับรถก็อันตรายพื้นลถนนลื่น , ไหนผิวจะแห้งเป็นเกร็ดอีก คนนอร์เวย์ส่วนใหญ่ไม่ชอบฤดูหนาวและหิมะมากๆ พวกเค้าแพลนจะไปแก่อยู่เมืองไทยกันทั้งนั้น ทั้งอุ่น อร่อยและถูก

          วิธีแก้ ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ที่อบอุ่น, พื้นลื่นก็ซื้อที่กันลื่นมาสวมให้รองเท้า, หลีกเลี่ยงการเดินใต้อาคาร , ผิวแห้งก็พอกครีมเยอะๆ



          สุขภาพ อยู่เมืองไทยแดดแรงดีจริงๆ รับวิตามินD ทุกวันจนตัวดำ พอมาอยู่ต่างประเทศตัวขาวผ่องเชียว แต่ร่างกายออดๆ แอดๆ เพราะอากาศแตกต่างจากไทย ไม่สบายได้บ่อยๆ จะหาหมอก็ลำบาก ยาก็ซื้อยาก ต้องมีใบแพทย์สั่งเท่านั้น บางครั้งอาจจะต้องจวนจะตายก่อน หมอถึงจะตรวจ-รักษาให้ (โดยเฉพาะนอร์เวย์ ประเทศอื่นไม่แน่ใจค่ะ) 

          วิธีแก้ ซื้อวิตามิน D, C, น้ำมันตับปลามากินด้วย ส่วนยาก็หิ้วมาจากไทยโหลดใต้เครื่องมาโลด เสื้อผ้าก็ใส่ให้อุ่นๆ และดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ อย่าให้ป่วยบ่อยมันจะลำบาก



          สินค้าราคาแพง ถ้าคุณมาอยู่ตปท. คุณจะคิดถึงประเทศไทยขึ้นมาทันทีในเรื่องนี้มากที่สุด อยู่ตปท. จะควักเงินซื้อของแต่ละอย่าง นั่งคำนวณแล้วคำนวณอีก คิดเป็นเงินไทยก็เสียดายเงิน เช่น มะละกอเมืองไทยลูกละ 10 บาท ตปท.ลูกละ 200 กว่าบาท กินไปแทบจะร้องไห้ไปเลยทีเดียว ประเทศไทยมีทุกอย่างที่อยากได้ ของแบรนด์ของก๊อปก็มีหลายเกรด ราคาก็ถูก

          วิธีแก้ ซื้อของ ห้ามคำนวณเป็นเงินไทย หรือไม่ก็อดใจ กลับไปกินที่ไทยแทน 


จากร้านอาหารจีน รสชาติไม่ผ่าน :(

          อาหาร ร้านขายของชำที่ต่างประเทศเรียกว่าร้านเอเชีย มีของกินมากมาย เช่น มาม่า ผักสด ปลาร้าขวด อาหารซีฟู๊ดแช่แข็ง ขนมตาล ข้าวต้มมัด ล้วนแต่เป็นของแช่แข็ง ถ้าอยากจะกิน mk, kfc, สเวนเซ่น, ไข่ปลาหมึกทอด, ชานมไข่มุขแบบมิสเตอร์เชค, เครป, ขนมโตเกียว ฯลฯ อีกมากมาย ที่หาซื้อไม่ได้จากร้านเอเชียช้อป ก็ต้องอดทนต่อไป หรืออยากจะเข้าร้านอาหารไทยก็แพงราคาตกมื้อละประมาณ 1,000 บาท

          วิธีแก้ ฝึกทำอาหารจากอินเตอร์เน็ต ทำไม่เป็นก็ต้องหัดทำ เพราะถ้าไม่ทำ ก็อดตาย :P


หนังสือที่นี่ราคาแพงมากๆ (แพงทุกอย่างอะ)

          ภาษา ถ้าไปประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าต้องไปประเทศที่ใช้ภาษาที่สามล่ะ เท่ากับต้องเริ่มนับ0 ท่อง ABC ใหม่กันเลยทีเดียว ต้องไปเริ่มเรียนภาษาใหม่เสียเวลาเป็นปีๆ ถึงจะพูดสนทนาเป็นเรื่องเป็นราวได้ ไหนจะต้องอดทนอ่านหนังสือ ต้องตื่นแต่เช้าไปเรียนทุกวัน ต้องเจอคนต่างชาติมากมาย บ้างดี บ้างแย่ปะปนกันไป ก็ถือเป็นประสบการณ์เสี่ยงโชค เผื่อเจอคนไทยด้วย คนไทยด้วยกันก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป พวกดราม่า พวกขี้อวด พวกคิดว่าตัวเองมาอยู่เมืองนอกแล้วสูงส่ง จนลืมกำพืดตัวเองว่ามาจากไหนมีเยอะแยะ 

          วิธีแก้ ตั้งใจเรียนภาษาทั้งในห้องเรียน และที่บ้าน พยายามพูดภาษานั้นบ่อยๆ กับแฟน กับเพื่อน และถ้าเจอพวกอีโก้สูง ก็ถอยให้ห่างจากมัน อย่าไปคบให้เสียเวลา



          ความเหงา หลายคนอาจจะคิดถึงครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ที่มีมากมายอยู่เมืองไทย บางคนมานอร์เวย์ได้ 3 วัน ร้องไห้จะกลับไทย ป๊าดด.... กว่าจะมาได้นั้นแสนยากลำบาก อยู่มาได้แค่นี้ร้องจะกลับ บอกว่าเหงา เบื่อ ไม่มีอะไรทำ เราว่ามีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะ แต่เค้าไม่ทำเองต่างหาก ก็แซด..ต่อไปช่วยไม่ได้อะ

          วิธีแก้  สมัยนี้มันก็ไม่ยากสำหรับการติดต่อสื่อสาร เช่น Facebook , Skype , Line , Viber , Tango  เป็นต้น ไม่ก็หาเพื่อนใหม่ที่ต่างประเทศซะเลยง่ายดี จะได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้กว้างขึ้นด้วย  หรือถ้าอยากจะดูละครทีวีไทย ก็ดูได้ผ่านอินเตอร์เน็ตได้ไม่อยากเลยอันนี้ 



          งาน อยู่เมืองไทยมีงานดีๆ ทำ แต่ต้องตัดสินใจลาออกจากเพื่อย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ถ้าคุณมีภาษาดี มีใบผ่านงานจากไทยมาดี มีประสบการณ์ไม่ต่ำกว่า 2 ปี อันนี้ไม่ยากกับการหางานค่ะ แต่ถ้า....ภาษาไม่ได้ แล้วต้องใช้ภาษาที่สามอีก จะไปทำอะไรดีล่ะ จบข่าวเลย ก็อาจจะเริ่มต้นจากงานทำความสะอาดก่อน ไม่ว่าคุณจะเรียนจบระดับไหนมาก็ตาม ตรี โท เอก ภาษาไม่ได้ก็ต้องเริ่มต้นด้วยงานแบบนี้เท่ากันหมด แต่อยากบอกว่า งานทำความสะอาดรายได้ดีนะคะ อย่าดูถูกเชียว

          วิธีแก้ พยายามมีเพื่อน หรือมีคนรู้จักไว้เยอะๆ ถ้าคุณโชคดี พวกเค้าจะชักจูงคุณเผื่อได้งานในยามที่เค้าขาดคน และถ้าคุณได้ภาษาอังกฤษดีก็ยิงดี เพราะบางบริษัทพูดภาษาอังกฤษกัน เช่น งานวิศวกรน้ำมันเพราะมีคนต่างชาติทำงานน้ำมันเยอะ แต่คุณต้องจบสายที่เค้าต้องการด้วยนะ เงินโคตรดีอะ



          คนดูถูก - แต่ละประเทศ ย่อมมีพวกอีเดียทอยู่มากมายที่ชอบดูถูกผู้หญิงไทย ว่าไม่ชอบทำงาน ชอบเกาะสามีกิน อยู่บ้านเลี้ยงแต่ลูก วันๆ ไม่ทำอะไร หรือกล่าวหาว่าเป็นสาวบริการแม้ว่าคุณเดินอยู่ที่สาธารณทั่วไป อาจจะถามราคาเท่าไหร่ด้วยซ้ำ เป็นต้น คุณก็ต้องทำใจ....

          วิธีแก้ ทำหูทวนลม และบอกขอบคุณค่ะ ไม่ก็ด่ามันเป็นไทยก็ได้ จะได้สะใจเราดี

          คนนิสัยไม่ดี - ก็มีไปทั่วทุกที บางครั้งหลายคนอาจคิดว่า อยากหนีจากเมืองไทยมาอยู่ตปท. เพราะเมืองไทยมีคนเห็นแก่ตัวเยอะ ขี้นินทา นิสัยไม่ดี ดราม่า บลาๆๆ ....ตปท.ก็มีเหมือนกันนะเออ ส่วนใหญ่ที่เราเจอนี่จะเป็นคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ที่นี่ ปากีฯ,โรมาเนีย พวกลี้ภัยมาฯลฯ เช่น แย่งที่นั่งในโรงอาหาร ถึงแม้เราจะเอากระเป๋าจอง , แย่งขึ้นรถสาธารณทุกประเภท , แย่งซื้อของ เป็นต้น คนเอเชียก็ใช่ย่อยนะ  
          คนนอร์เวย์ก็มี ยกตัวอย่างเด็กวัยรุ่น เรานั่งรถไฟฟ้า มันนั่งตรงข้ามเลย แม่ม...ยกเท้ามาพาดข้างที่เรานั่ง ข้างแบบแนบติดอะ เป็นต้น

          วิธีแก้ จากปสก. เรากำลังเดินขึ้นรถเมล์ แต่มีชาวต่างชาติดันหลังเรา ประมาณว่า เร็วๆ หน่อยสิ แต่คนมันเยอะจะให้เร็วก็ไม่ได้หรอก ครั้งแรกแค่หันไปมองหน้าพอ และนางก็ยังทำสันดานนั้นอีก เราก็เลยกระทุ้งศอกกลับไปอย่างแรงด้วยความโมโห และนางก็หายไปเลย สะใจ จำหน้ามันไม่ได้ด้วย (ใครดีกับเราเราก็ดีด้วย ถ้าใครร้ายมาต้องร้ายกลับ จะได้สมน้ำสมเนื้อกัน)


อิสามีไม่เข้าใจ ก็จัดการสั่งสอนเลยค่ะ ^0^

          สามีไม่เข้าใจ  ทุกครอบครัว มันต้องมีสักครั้งน่ะที่สามีไม่เข้าใจตัวเรา ซึ่งเราพยายามจะอธิบายให้เค้าฟังแล้ว แต่มันก็ไม่เท่ากับพูดภาษาไทยกับไทยด้วยกัน มันจะเข้าใจกันมากกว่า บางครั้งการพูดคุยกันไม่เคลียก็ทำให้เข้าใจผิดกันได้ ความไม่เข้าใจกัน จากเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ บางคู่ถึงกับเลิกกันเลยก็มี แบบประมาณว่า 

               ผู้หญิง: "ชั๊นจะกลับไทย เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า พร้อมกับจะเดินออกจากบ้าน"
               ผู้ชาย: "อือ จะไปก็ไปสิ"

          ส่วนใหญ่ไม่ง้อนะคะ คนต่างชาตินี่ เพราะคุณบอกเองว่าจะไป เค้าก็ปล่อยให้คุณไป บางครั้งอย่าเอานิสัยขี้งอลแบบไทยๆ มาใช้ คนต่างชาติเค้าไม่เข้าใจด้วยหรอก ว่าคุณประชด และอยากให้เค้าง้อ จะทำอะไรต้องคิดก่อนทำ ก่อนที่ผลเสียมันจะกลับมาทำร้ายตัวคุณเอง แต่ถ้าคุณอยากกลับไทยจริงๆ ก็ตามสบายค่ะ 

          วิธีแก้ การจับเข่าคุยกันเป็นวิธีที่ดีที่สุด ไม่พอใจอะไรก็พูดกันไปตรงๆ นี่คือนิสัยส่วนใหญ่ของคนต่างชาติ และจะทำอะไรก็ต้องมีสติ ให้อภัยซึ่งกันและกัน อะไรยอมได้ก็ยอม ท่องไว้ ช่างมันเถอะ ปล่อยวางเยอะๆ และอย่าลืม พูดอะไรปากกับใจต้องตรงกันด้วย



          คุณภาพชีวิต  สำหรับเรา เราว่าคุณภาพชีวิตต่างประเทศดีกว่าไทยเยอะค่ะ ที่นี่ก็มีโจรนะ แต่ไม่เยอะเหมือนไทย ไม่บ่อยเท่า และชีวิตปลอดภัยกว่าไทยเย๊อะ!! ยิ่งถ้ามีลูกโตที่นี่นะ ดีมากๆ นอร์เวย์ให้ความสำคัญต่อเด็กที่สุด และเด็กที่โตมาส่วนใหญ่ก็เป็นคนดีด้วย รัฐซับพอร์ตในหลายๆ เรื่อง

          หลายคนทำงานหนักงกๆ ใช้จ่ายประหยัดในแต่ละเดือน และกลับไทยไปเป็นคุณนายทุกปี ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องจริง หลายคนทำแบบนี้กันทั้งนั้น และทุกคนก็แพลนกันว่า ถ้าแก่เกษียณเมื่อไหร่ ก็จะกลับไปใช้ชีวิตที่ไทย และรับเงินเกษียณจากนอร์เวย์ โห...ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าจะสุขสบายขนาดไหน :D (ทุกอาชีพที่นอร์เวย์เมื่อเกษียณแล้วได้เงินทุกเดือน เพราะเค้าเสียภาษีกันเยอะ และจ่ายมานมนาน)

          มีโอกาสได้ไปเที่ยวประเทศอื่น  เมื่อได้มาอยู่ต่างประเทศแล้ว ยิ่งอยู่นอร์เวย์นี่ มีงานทำ เก็บเงิน ไปเที่ยวประเทศไหนก็ให้ความรู้สึกราคาถูกไปหมด และหลายคนที่อยู่นอร์เวย์ นิยมเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ไปหาความอบอุ่น เช่น สเปน ไทย ฯลฯ

          ประสบการณ์  แปลกๆ ใหม่ๆ ให้เราได้เรียนรู้มากมายเมื่อมาอยู่ตปท. แต่ละอย่างแตกต่างจากไทยราวฟ้าดิน เช่น ซุปเปอร์มาเก็ต ไม่มีคนเอาของใส่ถุงให้เวลาจ่ายเงิน ต้องใส่เอง , ขยะ ต้องแยกขยะก่อนจะทิ้ง , เวลาข้ามถนน รถหยุดให้ , ลูกค้าคือสำคัญยิ่งชีพ เป็นต้น



          รถติดไหมที่ตปท.? ที่นอร์เวย์ส่วนมากจะติดช่วงเย็นค่ะ นิดหน่อยไม่หนักเหมือนไทย หรือจะเป็นช่วงวันศุกร์ ถนนที่จะออกไปมณฑลอื่นจะติดค่ะ

          "อยู่ต่างประเทศกับอยู่ประเทศไทย อยู่ที่ไหนดีกว่ากัน" จากที่เขียนและอ่านวนไปวนมา ก็เริ่มลังเลว่าที่ไหนมันดีกว่ากันแน่ :D แล้วแต่คนชอบดีกว่า (ส่วนตัวเราชอบอยู่ตปท.มากกว่า ชอบอากาศหนาว ชอบชีวิตความเป็นอยู่ แต่บางครั้งก็อยากกลับไทย ไปกินของอร่อยๆ และช้อปปิ้งของถูกๆ ) อยู่ตปท. ก็ดี สภาพชีวิตจิตใจแจ่มใส่ดี อากาศดี ไม่ต้องเครียดเรื่องการเมืองไทย ปล้นจี้ ฆ่า ข่มขืน มีบ่อยเป็นว่าเล่นจนถือว่าเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน 

          ถ้าอยู่ตปท.แล้วมีงานทำก็ดีเข้าไปอีก แต่ก็ยากนะงานหาไม่ได้ง่ายๆ และใช่ว่าทุกคนที่อยู่ตปท.จะมีงานทำ คนตกงานมีเยอะ คนประเทศเค้าแท้ๆ ยังตกงานกันเลย แล้วอยากบอกว่า ถ้าคุณมีงานทำ คุณต้องจ่ายภาษีแพงมาก(นอร์เวย์) ประมาณ 30 กว่า% ของเงินเดือน มหาโหดแทบจะกระอักเลือดเลย คุณทำงานเหนื่อยแทบตาย ต้องจ่ายภาษีให้ประเทศ หลายคนเลือกที่จะอยู่บ้านเฉยๆ เป็นชาวเกาะก็มี  แต่เข้าใจหลายคนอยากมาอยู่ตปท. ฝันจะมาขุดทอง แต่ถ้ามาแล้วได้ดีก็ดีล่ะดีใจด้วย แต่ถ้าแย่กว่าเดิมก็ตัวใครตัวมันล่ะค๊าาาา 



          แต่....ถ้าคุณสามารถปรับตัวได้ในหลายๆ เรื่องที่กล่าวข้างต้น นั่นจะเป็นผลดีกับคุณมาก คุณจะอยู่ได้อย่างมีความสุข หลายๆ คนที่รู้จัก เศร้าโศก เสียใจ ร้องไห้ มาก็นัก เพราะด้วยปัญหาหลายอย่าง เครียดหางานทำไม่ได้ , ภาษายากเกินไป , อากากาศหนาวเกินจะรับมือ เป็นต้น แต่ถ้าใจอยากมาอยู่ต่างประเทศ พยายามทำตัวเป็นกิ้งก่าเปลี่ยนสีดีที่สุด อย่าทำตัวเรื่องมากโน่นนี่ เพราะที่นี่มันไม่เหมือนอย่างประเทศไทยค่่ะ

          บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อช่วยในการตัดสินใจสำหรับคนที่กำลังสับสนว่าจะอยู่เมืองไทยหรือย้ายไปอยู่ต่างประเทศดี บางคนต้องย้ายมาเพราะตามสามี แต่ก็สับสนอยู่เพราะตัวเองมีงานทำอยู่เมืองไทยรายได้ดี มีตำแหน่งดี ก็ไม่รู้จะทำยังไง บทความนี้อาจช่วยในการตัดสินใจได้บ้าง หรือไม่อาจจะช่วยให้ลำบากใจขึ้น ^_^ (โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจแล้วกันค่ะ)


บทความแนะนำ โดย All about Norway
คลิกที่ลิ๊งด้านล่างได้เลยจ้า 

การเรียนภาษา

การหางาน และ นาฟ

วีซ่า

ความรู้ทั่วไป

รีวิว ที่เที่ยวใน Oslo

lørdag 9. november 2013

Oslo ร้านขนมหวาน - Yummy Heaven

          มีร้าน Candy Shop (Yummy Heaven) มาเปิดใหม่ ในห้าง Arkaden ไม่ไกลจากห้าง Oslo city หาง่ายมากๆ และคาดว่าจะใหญ่สุดใน Oslo ด้วย พวกขนมแคนดี้ เป็นที่นิยมของคนที่นี่มาก ทุกอายุไม่ว่าจะ เด็ก ผู้ใหญ่ แก่ ก็ชอบกิน .... ส่วนร้านก็มีแต่ของ น่ากิน น่ารัก น่าเล่น ทั้งนั้น ร้านก็แบบสีสันคิกขุ ราคาก็ไม่ค่อยแพงนักด้วย เหมาะกับซื้อเป็นของขวัญของฝากให้เพื่อนได้เลยล่ะ 

















ร้าน Candy Shop อยู่ในห้างนี้จ้า



fredag 1. november 2013

Autumn in Oslo

 Vigeland park (Frognerparken)

          เข้าสู่เดือนพฤศจิกายนแล้ว อากาศกำลังจะติดลบ บ๊ายบายฤดูใบไม้ร่วง มาระลึกถึงตอนช่วงใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีกันสักหน่อย เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 1 อาทิตย์ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีแดง สวยมากๆ และได้อารมณ์ความรู้สึกโรแมนติกสุดๆ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ใบไม้ก็ร่วงเร็วแบบน่าใจหาย เนื่องจากมีฝนและลมแรง ..... แต่อย่างน้อยก็ยังมีความทรงจำสวยๆ เก็บไว้ดูเล่นเพลินๆ อิอิ :D








Vigeland park (Frognerparken)

 Around my home
Around my home
 Around my home
 Around my home


 Sognsvann in Oslo

Sognsvann in Oslo

Sognsvann in Oslo


Bye Bye Autumn ^_^

torsdag 17. oktober 2013

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง+แรงบันดาลใจ

Update 21 oct.14

เรื่องทั้งหมดที่เขียนเป็นปสก.การฝึก เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ของเราเองนะจ๊ะ 

          เราเป็นคนชอบเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กน้อยจนถึงประถม และเริ่มไม่ชอบตั้งแต่มัธยมถึงมหาลัย อาจเป็นเพราะครูก็ได้ที่ทำให้เราเกลียดภาษาอังกฤษไปเลย แต่เราก็มีความฝันที่อยากจะไปใช้ชีวิตต่างประเทศ ฟังดูเหมือนง่ายเนอะ ก็ได้ยินคนเค้าพูดๆ กันเยอะไปทำงานต่างประเทศบลาๆ ก็เลยฝันลมๆ แร้งๆ บ้าง 

          เริ่มวางแผนเก็บเงินในบัญชีเดือนละนิดเดือนละหน่อย หลังจากจบมหาลัยฯ ก็ทำงานเรื่อยๆ กินประหยัด บางวันก็ห่อข้าวไปกินที่ทำงาน เดินให้มากกว่านั่งรถ คือประหยัดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราก็ช้อปปิ้งและกินบ้างแต่ไม่บ่อย ทีนี้ทำไงต่ออีกล่ะ ภาษาอังกฤษก็ยังปลวกจะไปทำอะไรได้ เจอฝรั่งทีวิ่งหนีหางจุกตูดเลย จะอ้าปากพูดสักคำก็กลัวแล้ว... ก็ไปหาซื้อหนังสือฝึกภาษาอังกฤษมาอ่าน อ่านจริงๆ ค่ะ อ่านผ่านไปผ่านมา ไม่ค่อยจะเข้าหัวเท่าไหร่ จะไปเข้าคอร์ส ก็ไม่มีปัญญาจ่ายราคาแพงเป็นแสน



          อยู่มาวันนึง นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสไปทำงาน ฝั่งตรงข้ามเป็นสาวไทยมีแฟนเป็นคนฝรั่ง พูดภาษาอังกฤษคล่องป๋อ แต่ดูภายนอกดูเหมือนคนไม่มีการศึกษาเลย..(ขอโทษที่ต้องเขียนคำนี้นะคะ แต่เราได้แรงผลักดันจากเค้าจริงๆ ความทะเยอทะยานอยากได้อยากดี
 กำเนิดขึ้น) 

แล้วเราก็มองกลับมาที่ตัวเอง เอ๊ะ! นี่เราจบตั้งมหาลัยฯ ท่าทางเราก็ดูดีกว่าเค้านะ แต่ทำไมเราโง่จังเลยอ่ะ?  คำถามนั้นเกิดขึ้นมาในหัว เราก็กลับมานั่งคิดวนไปวนมา ว่าทำไมมันเป็นแบบนี้

          จนคิดได้ว่า เราต้องหาวิธีการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้อย่างจริงจัง กลับมาถึงบ้านเซิสเว็บอากู๋นี่แหละ เซิสประมาณว่า "อยากฝึกภาษาอังกฤษทำยังไง?" ก็มีหลายเว็บเลยแนะนำเกี่ยวกับเว็บเดท ตอนแรกก็มองข้ามเว็บเดทนะคะ ก็คิดว่าไร้สาระมาก ก็ไปฝึกเว็บทั่วๆ ไปที่เค้าเขียนพวกเทคนิคต่างๆ ไว้ ฟัง mp3 บทสนทนาภาษาอังกฤษบ้าง ก็ฟังผ่านๆ ผ่านไปก็เริ่มไม่ค่อยจะได้ดีมากเท่าไหร่นัก
  

          เอาวะ ลองสมัครเว็บเดทดูก็ได้มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่ฟรีด้วย เห็นเค้าแนะนำกันจังเลย ลองสักตั้ง สมัครมันทุกเว็บเลยค่าาาาา.... แปลไม่ออกก็ก็อปปี้ไปแปลในกูเกิ้ลนี่แหละ ตอนที่ต้องใส่รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเอง หรือใส่รายละเอียดของผู้ชายในเสป็ค เล่นไปรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ส่วนใหญ่...ไม่รู้เรื่องค่ะ

          จนเรามีเว็บในใจประมาณ 2 เว็บ เพราะมันดูเล่นง่ายดี ไม่สับซ้อนนัก เราสามารถส่งข้อความไปหาผู้ชายได้ และคุยกันส่งไปส่งมา หรือจะแจกอีเมล์หรือสไกด์อะไรก็ได้ตามใจ แต่เราต้องระวังตัวเองด้วย เพราะในอินเตอร์เน็ตมันมีพวกหลอกลวงเยอะ ไหนจะพวกโรคจิตชอบโชว์ แต่เราไม่เคยเจอพวกหลอกลวงหรอก ส่วนใหญ่เจอแต่พวกชอบโชว์ :P



          สมัครแรกๆ ก็มีคนคุยด้วยเยอะดีค่ะ แต่หลังๆ ก็เริ่มหายไปทีละคนสองคนจนหมด ก็ต้องหาคนคุยด้วยใหม่ เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง ได้แต่คำว่า yes , no , ok และ หัวเราะ hehe, haha ตอนนั้นยอมรับเลยว่าโง่มากๆ แต่เราก็เริ่มได้คำศัพท์ใหม่ๆ จากคนที่เราแชทด้วยนะ เพราะเราต้องก๊อปปี้ประโยคหรือคำศัพท์ไปแปลในกูเกิ้ลบ่อยๆ มันก็เริ่มซึมเข้ามาในหัวสมองทุกวันๆ เล่นได้ประมาณ 2 เดือน ก็ได้เจอกับแฟน เค้าสามารถคุยกับเราได้นาน และเข้าใจภาษาโง่ๆ ของเราแบบไม่เหนื่อย นับถือจริงๆ (ฝึกภาษา ฝึกไปฝึกมาได้แฟนมาเป็นของแถมเฉยเลย)

          ต่อมา...เราก็บอกกับตัวเองว่า เฮ๊ย! เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะ เพื่อเราจะได้คุยกับเค้ารู้เรื่อง แบบที่คนเค้าคุยกัน เราก็เริ่มฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองอย่างจริงจังอีกครั้ง แต่คราวนี้ขั้นซีเรียสเลย



1 หาหนังสือสอนภาษาอังกฤษเก่าๆ ที่ซื้อไว้หรือหนังสือสมัยมัธยมก็ได้กลับมาอ่านใหม่หลายๆ รอบ และทำความเข้าใจกับมัน

2 อ่านแกรมม่า และทำความเข้าใจกับมัน คร่าวๆ พอ :D (เราคิดมันไม่จำเป็นนักหรอก แต่จริงๆ มันก็จำเป็นแหละ แต่เอาเหอะ ให้มันพูดสนทนาได้ก่อนพอแล้ว)

3 ท่องคำศัพท์ เวลาแชทเราจะได้คำศัพท์ใหม่ๆ ก็จดไว้ทำคล้ายๆ บัตรคำศัพท์ ฝึกจำ และใช้บ่อยๆ


ทุกวันนี้เราอยู่นอร์เวย์ ต้องเรียนภาษานอร์เวย์ 
เราก็ยังใช้วิธีเดียวกัน กับตอนฝึกภาษาอังกฤษ

ตัวอย่าง การทำบัตรคำศัพท์ 
        (1) ตัดกระดาษตามขนาดที่ต้องการไม่ใหญ่ไปไม่เล็กไป 
        (2) ด้านหน้าเขียนคำศัพท์ 1 แผ่นต่อ 1 คำ
        (3) ด้านหลังเขียนคำแปล (ทำแบบนี้สัก 50 แผ่น กี่ปึ๊งก็แล้วแต่) 
        (4) เย็บรวมกัน เวลาไปไหนมาไหนก็ง่ายต่อการหยิบอ่าน

4 ฟัง mp3 บทสนทนาภาษาอังกฤษ และอ่านตาม ออกเสียงตาม ให้ได้สำเนียง (ทำบ่อยๆๆๆๆๆ)

       เว็บที่ใช้ฝึกภาษาอังกฤษ และสามารถดาวโหลด mp3 มาช่วยในการฝึกฟัง ฝึกสำเนียง ......
       (1) http://www.goethe-verlag.com/book2/TH/index.htm
       (2) เลือก ภาษาไทย >> EN ภาษาอังกฤษ UK
       (3) ดาวโหลด mp3 คลิก เลข 2 ด้านหน้า



5 ดูหนังฝรั่ง พร้อมกับซับอังกฤษ หรือซับไทยก็แล้วแต่ ฝึกฟังสำเนียงและ ฝึกอ่าน แต่ตอนฝึกฟังก็ทำลำพังจะดีที่สุด ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยเดี๋ยวเค้าจะด่าเอาเพราะความรำคาญ :D (ทำบ่อยๆ) 

          ข้อ 3 กับ ข้อ 4 สามารถทำตอนอยู่นอกบ้านได้ เช่น นั่งรถตู้ รถเมล์ รถไฟฟ้า เป็นต้น ทำแก้เซ็งเวลารถติด ฟัง mp3 ฟังจนจำได้ขึ้นใจเหมือนกับเวลาเราฟังเพลงค่ะ จะสามารถจำเนื้อความได้และร้องได้ คล้ายๆ กันค่ะ



          ผ่านไป 3 เดือน กับการฝึกภาษาอังกฤษอย่างหนักด้วยตัวเอง อยากบอกว่ามันได้ผลจริงๆ นะคะ แฟนบอกว่า ไม่น่าเชื่อว่าภาษาอังกฤษของเราพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว เราเลยบอกว่า "ก็ใช่สิ เพราะชั๊นอยากจะคุยกับเธอให้รู้เรื่องแบบคนกับคนคุยกันน่ะ"  ตอนนี้เรามั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษเยอะขึ้น ไม่กลัวฝรั่ง ไม่วิ่งหนีฝรั่งแบบแต่ก่อน มีแต่วิ่งเข้าหาเลยค่ะ ชอบช่วยพวกฝรั่งหลงทางสนุกดี ^_^

         แต่ตอนนี้เราไม่ได้ฝึกภาษาอังกฤษต่อแล้ว เราต้องเรียนภาษานอร์เวย์เพิ่ม แต่เราก็ใช้หลักการเดียวกันกับการฝึกภาษาอังกฤษ แต่บอกเลยว่าภาษานอร์เวย์ยากกว่าภาษาอังกฤษเยอะเลยค่ะ 

          ลืมเล่าเกี่ยวกับเงินในบัญชี....ในตอนนั้นที่เรามีแฟน เราก็ยังเก็บเงินเหมือนเดิมจากการทำงาน และประหยัดอดออมได้ประมาณแสนบาท เนื่องด้วยเป้าหมายที่เราวางไว้ว่าอยากใช้เงินนี้ไปต่างประเทศตั้งแต่ต้น เราต้องสนองมันค่ะ ตอนเราย้ายมานอร์เวย์เราใช้เงินของตัวเองทำวีซ่า จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเองหมดเลย เรารู้สึกว่าเราภูมิใจและประสบความสำเร็จในตัวเองค่ะ



         จงถามตัวเองว่า...อยากเก่งไหม? อยากมีอนาคตไหม? ถ้าคุณไปสมัครงานแล้วคุณพูดภาษาอังกฤษได้หรือภาษาไหนก็เหอะ คุณจะมีเงินเดือนสูงกว่าคนอื่น หรือคนอาจจะเป็นคนแรกๆ ที่บริษัทต้องการ

           ใครๆ ก็ฝันลมๆ แล้งๆ ได้ แต่ถ้าคุณอยากให้ฝันนั้นเป็นจริง เริ่มเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่วันนี้ วางแผนตัวเอง ว่าควรทำอะไรก่อน ศึกษาวิธี หรือเขียนแผนการไว้ในกระดาษก่อนก็ได้ เชื่อค่ะว่าทุกคนสามารถทำได้ 

          ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักความจริงและความเป็นไปได้ค่ะ ขอให้ทุกคนที่อ่านบทความนี้โชคดีและประสบความสำเร็จที่ตัวเองวาดฝันเอาไว้นะคะ 


จะประสบความสำเร็จได้
ถามตัวเองก่อนว่า คุณทำดีที่สุดแล้วรึยัง?

บทความแนะนำ โดย All about Norway
คลิกที่ลิ๊งด้านล่างได้เลยจ้า 

การเรียนภาษา

การหางาน และ นาฟ

วีซ่า

ความรู้ทั่วไป

รีวิว ที่เที่ยวใน Oslo