søndag 12. juli 2026

การหาบ้าน-ห้องเช่า และซื้ออพาทเม๊น ในนอร์เวย์ จาก ปสก.

             การหาบ้านเช่าในนอร์เวย์ ไม่ยากเลย แค่เข้าเว็บไซค์ finn.no เลือก Eiendom > Leie > เลือกเมือง เช่น Oslo  และ เลือก Område ย่านไหนที่อยากอยู่


Månedsleie ค่าเช่าต่อเดือน

Depositum เงินมัดจำ

Inkluderer รวมครอบคลุม

Strøm, vann og internett ไฟฟ้า น้ำ และอินเตอร์เน็ต

Primærrom ขนาดห้อง

Leieperiode เริ่มปล่อยเช่า


        ส่วนใหญ่ถ้าเช่าจะต่อสัญญาทุกสามปี ต้องอยู่อย่างน้อยหนึ่งปีห้ามออกกลางคลัน หรือเจ้าของสามารถบอกยกเลิกได้ เกิดขึ้นบ่อย เห็นบ่อยมาก หลายคนอยู่ๆ ไป ได้ข้อความจากเจ้าของว่า เค้าจะทำการขายห้องเช่านี้ คุณต้องย้ายออกภายในสามเดือน เป็นต้น


        ถ้าสนใจอยากเช่าอันไหน ก็ติดต่อเจ้าของโดยตรง นัดวันดูห้อง แต่ถ้าห้องนั้นมีคนสนใจหลายคน เจ้าของก็จัดคัดเลือกเอง ตามความพอใจ อาจดู จากนิสัย เคมี ถูกชะตาไหม คุณมีเงินเดือนรองรับไหม โดยหลายๆ ปัจจัย


        จากปสก. ก็เช้าห้องขนาด 40 ตรม เกือบหมื่นสี่ต่อเดือนโครน ห้องเช้าอยู่ใกล้ที่ทำงาน ทางเจ้าของบ้านเลยปล่อยเช่าให้เราง่ายๆ เพราะเรามีงานทำ มีเงิน และที่ทำงานติดกับบ้าน ผู้เช่าได้โทรศัทพ์ไปคุยกับหัวหน้าเราด้วย เพื่อสอบถามต่างๆ ตอนนั้นมีหลายคนที่อยากจะเช่าห้องอันนี้ เราก็ชนะได้รับเลือกอย่างง่ายดาย ห้องที่เราเช่าเป็นส่วนหนึ่งของบ้านสามชั้น เราเช่าห้องชั้นหนึ่ง ส่วนเจ้าของอาศัยอยู่ด้านบน


        อยู่ได้ 6 เดือน ก็บอกกับผู้เช่าว่า ชั๊นรู้ว่ามันอาจจะไม่ถูกที่ฉันอยากจะถามคุณขอผิดสัญญาย้ายออก เพราะว่า...ด้วยเสียงดัง เวลาฉันกลับมาจากที่ทำงาน อยากจะพักผ่อนเงียบๆ ฉันก็ได้เสียงเดินวิ่งเล่น ปึงปังชั้นบน นางมีลูกสองสามคน เด็กๆ กลับมาจากรร. ก็วิ่งเล่นเสียงดังทุกวัน ตกดึก ก็ได้ยินเสียงใครไม่รู้ซ้อมตีกลอง คือนอนไม่ได้เลย


        เราเลยบอกนางว่า เราผิดสัญญาเอง จะให้เราจ่ายอะไรยังไงบอกมา นางเข้าใจ นางเลยบอกว่า งั๊นให้เราจ่ายเกินหนึ่งเดือน ถือว่าโอเค เราก็ตกลงตามนั้น และเราก็จะได้ค่ามัดจำคืนหลังวันตรวจคืนห้อง

        เราบอกเจ้าของว่า ต่อจากนี้ เราจะไปดูห้องใหม่ ถ้าเราซื้อผ่าน เราจะแจ้งให้คุณทราบ และเตรียมย้ายออก 


        ช่วงที่ออกย้ายออกมาจากสาเก่า เราได้เงินครึ่งหนึ่งจากบ้านเก่า เราทำงานล่วงเวลาเยอะ เก็บเงินได้มากขึ้น และกินถูก จึงมีเงินเก็บสมทบมากพอที่จะซื้ออพาทเม๊นเป็นของตัวเอง อพาทเม๊นที่เราอยากได้ คือต้องอยู่ในเมือง ทำเลดี เงียบ ใกล้ธรรมชาติ แต่อยู่เมือง สะดวกทุกทาง


        การซื้ออพาทเม๊น ซื้อบ้านที่นอร์เวย์ ทุกคนที่สนใจที่พักนี้จะต้องมาตามนัดวันเวลา เพื่อมาดูห้องว่าชอบหรือไม่อย่างไร ถ้าชอบก็ร่วมลงชื่อเพื่อทำการประมูลในวันรุ่งขึ้น พอวันรุ่นขึ้นมาถึง ทุกคนก็เสนอราคาผ่านทาง sms และเสนอราคาวนไปๆ ใครมีเงินไม่ถึง ก็หลุดรอบ จนคนที่เสนอเงินสูงสุด แล้วไม่มีใครเสนอต่อ ถึงเวลาที่กำหนด คนนั้นก็จะซื้อบ้านได้


        เราได้ไปดูห้องอพาทเม๊นอยู่สองหน และร่วมประมูลกับคนอื่นมากมาย เราก็ประมูลไม่ผ่าน เพราะคนอื่นมีเงินมากกว่า ก็ปล่อยผ่านไป ต่อมา เราก็เช็คเว็บฟินทุกวัน วันนึงก็เจออพาทเม๊นห้องนึงที่อยู่ทำเลที่เราอยากได้มากๆๆๆๆๆ เมืองที่มีธรรมชาติร่วมด้วย พร้อมความสะดวกสบาย แค่เดินออกไปด้านข้างก็มีน้ำตก แม่น้ำ สุดยอดมาก 


        อยากได้อพาทเม๊นนี้มากจนบ่นกับเพื่อนที่ทำงานบลาๆ เพื่อนรุ่นยายก็บอกว่า ถ้าอยากได้ ก็ติดต่อนายหน้าโดยตรงเลยดิ เราก็บอก แต่วันดูห้องมันจะเกิดอีกหนึ่งอาทิตย์นะ ยายก็บอกก็ติดต่อไปก่อน ไม่เห็นจะผิดอะไรเลย เราเลยติดต่อนายหน้าไปว่า เฮ้ ฉันชอบอพาทเม๊นนี้มากเลยขอซื้อราคานี้ได้ไหม นายหน้าบอกว่า นางตอบไม่ได้ ต้องติดต่อคุยเองกับผู้ขายโดยตรง เราก็ได้เบอร์และติดต่อผู้ขายโดยตรงไป เพื่อคุยเรื่องราคา ผู้ขายบอกว่า ขอเพิ่มอีกแสนได้ไหม เราบอก ต้องคุยกับธนาคารก่อน ณ ตอนนั้นคือ โคตรเครียดอะ อยู่ที่ทำงาน ทำงานอยู่ ติดต่อนายหน้า ผู้ขาย และธนาคาร เราทำเองดีลเองทั้งหมด


        ต้องบอกก่อนว่า ก่อนที่ซื้ออพาทเม๊น คุณต้องมีเงินเก็บตามกำหนดเงื่อนไขก่อน และติดต่อธนาคารเพื่อกู้ซื้อ มีงานทำ 100% มีรายรับมากพอที่สามารถผ่อนได้ จนท.จะบอกจำนวนเงินว่าคุณสามารถกู้ หรือซื้อได้ในราคาไหน ธนาคารเช็คภาษี รายรับย้อนหลังด้วย


        หลังจากได้คุยกับธนาคารว่าเรามีเงินเก็บอีกส่วนหนึ่งบลาๆๆ นางบอกโอเค เราสามารถซื้อได้ เราก็แจ้งไปยังผู้ขายทันที ผู้ขายก็คุยกับนายหน้า และเราก็ได้รับข้อความ นายหน้าโทรหา บอกยินดีด้วยคุณได้ซื้ออพาทเม๊นแล้ว....คือ โคตรช๊อค ถามตัวเอง กุทำอะไรลงไป ซื้อของโดยที่ยังไม่ได้เห็นของจริงๆ ยังไม่ได้สัมผัสด้วย ฮ่าๆๆๆๆ คือยังไม่เคยดูห้องจริงเลย แค่เห็นในภาพ ซื้อด้วยทำเลทองจริงๆ รวมๆ จ่ายไปเกือบสามล้านห้าแสนโครน


        และทางนายหน้าต้องยกเลิกวันดูห้องจากลูกค้าคนอื่นๆ เพราะเราได้ซื้อตัดหน้าเรียบร้อย ฮ่าๆๆ


        ปัจจุบันอยู่อพาทเม๊นนี้มาได้สองปีเต็ม มีความสุขมากๆ ที่เราไม่ต้องเพิ่งอะไรใครสักนิด ที่สุดแล้วของชีวิต ยืนด้วยตัวเองนะ

mandag 6. juli 2026

มุมมืด ปสก. เตือน เดท แต่งงาน คนนอร์เวย์

 หลังจากแต่งงานอยู่ร่วมกับคนนอร์เวย์ มาสิบเอ็ดปี จนป่วย!

ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร อย่าร้อนตัว!

ใครโลกสวยไม่ต้องอ่านนะ กดปิด ไปเลย


        ย้ายมานอร์เวย์ปี 2011 ซื้อตั๋วเอง จ่ายค่าวีซ่าเอง พกเงินติดกระเป๋ามาด้วยแสนบาท จ่ายทุกค่าที่เกี่ยวกับตัวเอง ภูมิใจเว่อค่ะ 


  • ทำความรู้จักกันมาก่อนหนึ่งปี มาวีซ่าคู่หมั้น แล้วแต่งที่นี่ 
  • เงินแสนบาทที่พกมาด้วย ก็ให้สามี เพราะเราคิดว่า เรามาไม่มีงานทำ นางจะได้จ่ายเบ็ดเตล็ดไปพลางๆ คิดย้อนกลับไป โง่....รึเปล่านี่
  • อยู่ร่วมกันเดือนแรกๆ ก็ลุ่มๆ ดอนๆ ทะเลาะประจำ เพราะไม่เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน
  • ด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างด้วย นางบอกว่า เป็นเรื่องปกติที่คนที่เลิกกันแล้วแฟนเก่า จะไปมาหาสู่กันที่บ้านผู้หญิง ทำกิจกรรม เล่นเกม ดูหนัง บลาๆ ต้องยอมรับแบบไม่จำยอม นางมีเพื่อนผู้หญิงเยอะ และติดต่อไปมาหาสู่กับแฟนเก่าบ่อยๆ
  • หลังอยู่ได้สามเดือนก็ได้ไปเรียนภาษาฟรี
  • นาง ก็กดดัน กดดันมากๆ ให้ออกไปหางานตลอดเวลา เพื่อให้ช่วยนางจ่ายมากขึ้น ภาษาคือไม่ได้เลยตอนนั้น
  • เพื่อนคนไทยบอกให้เรียน เพื่อจะได้มีงานดีในอนาคต
  • นางขัดขวาง จะเรียนไปทำไม ทำงานดิ จะได้มีเงิน 
  • หลังจากครึ่งปี งานแรก ทำความสะอาดโรงแรม
  • เรียนภาษาเสร็จ ก็ไปทำงาน หาเงิน โดนเพื่อนผิวสีข่มที่ทำงานอีก
  • นางเริ่มควบคุมตัวเรามากขึ้นๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว 
  • เราก็พยายามปรับตัวเปิดรับวัฒนธรรมที่นี่ เช่น....ฯลฯ

    • การแต่งตัว ก่อนออกจากบ้าน นางต้องเช็คว่านางพอใจหรือไม่ ถ้าไม่พอใจก็ต้องเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ หรือ สี 
    • เกงใน ต้องเปลี่ยนเป็นจี 
    • ผ้าอนามัย ให้เปลี่ยนเป็นแบบสอด
    • โกนขนทุกตรง ไม่ว่าจะเป็นหว่างคิ้ว แขน ขา...จะโดนเช็คตลอด 
    • ทรงผม ถ้าตัดหน้าม้า ก็จะโดนพูดล้อ เรื่อยๆ ว่า ไม่เหมาะ เลิกตัดได้แล้ว ตัดทำไม
    • เวลานางดื่มกับเพื่อน แล้วเราอยู่ด้วย พอนางกึ่มๆ ไม่รู้จะทำอะไร ชอบเล่าเรื่องเปิ่นของเราให้เพื่อนนางฟัง คือมันชอบทำให้เรารู้สึกอับอาย และหัวเราะสนุก
    • ชอบให้ทาเล็บ ทาสิ สวยดี ถึงแม้จะมีเคมี
    • ไม่ให้ใส่แว่นทรงกลมเท่ๆ ต้องใส่แบบใหญ่ๆ ที่ดูไฮโซ เคยมีแว่นเรแบนทรงกลม ต้องขายไปซื้อแว่นใหญ่ๆ แบบแมลงวันแทน
    • พูดล้อขนจมูก ซึ่งมันก็เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เราไม่เคยตัดแต่งใดๆ มาก่อน แต่ก็พล่ามไม่เลิก
    • ผมขาว ก็จะพูดล้อตลอด บอกให้ย้อม ไม่ก็ดึงผมเราออก
    • คุมน้ำหนัก ไม่ให้เราเกิน 38 kg คือผอมมากๆ เหมือนไม้เสียบผี
    • การสัก ถ้าจะสักอะไรต้องแจ้งให้นางทราบ เพื่อให้ได้รับอนุญาต
    • เวลาอยู่นอกบ้าน ห้ามทำหน้าไม่พอใจ เพราะคนอื่นจะมองเข้ามา และอาจเข้าใจผิดว่าเราไม่พอใจนาง คือนางแคร์คนอื่นมากกว่าคนของตัวเอง แคร์เพื่อน  ครอบครัว คนอื่นตามท้องถนนมากๆ
    • ห้ามให้เราพูดจาตรงๆ พูดอย่างที่เราคิด ห้ามแสดงตัวว่าเป็นตัวเอง คือ ต้อง Fake ตลอดเวลา วัฒนธรรมนอเวย์เลยจ้า
    • เราพูดอะไร แสดงความเห็นอะไร ก็แปลว่าผิดตลอด
    • นางทำให้เราสงสัยตัวเอง ว่าเอ๊ะ..นี่เราโง่เหรอ และกลายเป็นคนไม่มีความมั่นใจในตัวเอง และมันทำให้เรารู้สึก ไม่กล้าที่จะออกไปจากความสัมพันธ์ ติดอยู่ในลูป


  • ทวงบุญคุณตลอดโท่งๆ สมมุติวันนี้นางจ่ายค่าอาหารค่าเบียร์นอกบ้าน วันรุ่งขึ้น นางจะบอกว่า เฮ้..เธอจ่ายนั่นจ่ายนี่ด้วย เพราะเมื่อวาน นางจ่ายไปแล้ว คือเราด้วยนิสัยไม่ชอบเลยเวลามีคนมาพูดทวงบุญคุณแบบนี้  เคยอธิบายให้มันฟังหลายครั้งแล้วว่าไม่ต้องพูด เพราะมันน่ารำคาญ เรารู้ว่าเราควรทำอะไร นางไม่หยุดพูด เราก็เลยจบปัญหาว่า ทุกครั้งที่ออกไปกินนอกบ้าน เราจ่ายของเราเท่านั้น คุณจ่ายของคุณ หรือซื้อของร้านค้าซื้อของเข้าบ้าน ใครใช้กินอะไร ก็ซื้อของตัวเอง
  • แล้วอีกโทษเรา ตอนนั้นเป็นปาร์ตี้ซัมเมอร์กับเพื่อนคนนอร์เวย์ปาร์ตี้ใหญ่ ดึกมากแล้ว เราบอกเราจะกลับบ้านจะกลับเอง แต่ใจจริงนาง ก็อยากกลับเช่นกัน แต่นางบอกเพื่อนๆ ว่า เราอยากกลับ เพราะรู้สึกเข้ากับคนนอร์เวย์ไม่ได้ แล้วนางต้องกลับบ้านกับเรา เพื่อไปดูแลเรา อันนี้ไม่โอเคมากๆ มันทำให้เราเสีย และเพื่อนนางทุกคนมองเราเป็นตัวปัญหา เพราะเพื่อนนางอยากให้นางอยู่ต่อจนเช้า เราก็คุยกับนางว่า พูดงี๊ได้ไง เราไม่โอเคนะ นางบอกหยาๆ ไม่เป็นไรหรอก แต่เราเป็นไง
  • นางทำอะไรกินไม่เป็นเลย ทอดไข่ เบคอน ยังไม่เป็นเลย กินแต่อาหารแช่แข็ง พวกพิซซ่า ผักยังซื้อแช่แข็งเลย
  • โน้มน้าวให้เราจ่ายค่าบ้านเพิ่ม พอเราทำงานประจำก็หารทุกอย่างครึ่งๆ บางครั้งนางเห็นเงินในบัญชีเรา นางก็บอกว่า มีเงินเก็บไปทำไมเยอะแยะ จ่ายเพิ่มดิ เราก็ทำตามที่นางบอก จ่ายเพิ่มเติมจากที่ต้องจ่ายบ่อยๆ เมื่อเรามีเงินในบัญชี 
  • ทำไมปล่อยให้นางดูเงินในบัญชี นางบอกว่า ที่นอร์เวย์คนแต่งงานกันแล้ว ต้องโชว์ว่ามีเงินเท่าไหร่เป็นเรื่องปกติ อือ...เชื่อคนง่าย
  • นางอยากได้รถ เราก็ช่วยจ่ายครึ่งนึง เราไม่เคยเอาเปรียบใครทั้งนั้น
  • โดนควบคุม โดนแก๊สไลเตอร์มาหลายปี โดนควบคุมทั้งความคิดและทางกาย เราทำอะไรก็ผิด สงสัยตัวเอง จนเรานึกว่าเราโง่มาตลอด เพราะนางจะถูกตลอดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เราไม่เคยชนะสักครั้ง
  • พอเราจะตัดสินใจอะไร นางมักจะบอกว่า เราแต่งงานกันแล้ว จะทำอะไร นางต้องอนุญาตก่อนถึงจะทำได้
  • ปีหลังๆ เราเริ่มอยากเป็นตัวของตัวเอง เพราะรู้สึกอึดอัดมาก สงสัยตัวเองว่าเราเป็นใครกันแน่ ไม่เป็นตัวของตัวเอง จนไปสักสามสตูดิโอ แล้วเจอช่างสักผู้หญิงบ่อยๆ ก็มักจะคุยแลกเปลี่ยนปสก.กัน พวกนางเตือนสติเราได้ดี จนเราก็ตัดสินใจในสิ่งที่ควรเป็น
  • อ้อ...มันมีประเด็นสักที่จำได้แม่นว่า เราพูดเอ่ยว่า อยากสักช่วงคอ ไหล่จังเลย มันบอกว่า ถ้าเราทำ ต้องเลิกกัน อ้างว่า เราเป็นแต่งงานกัน ถ้าอีกฝ่ายไม่โอเค เราก็ไม่สามารถทำได้
  • เหตุการณ์นี้ทำให้เราคิดได้อย่างถ่องแท้เลยว่า ตัวเรา เราตัดสินใจเอง
  • พอแยกกันแล้ว นางอยากให้เรายังคงเป็นเพื่อนกับนาง เราบอก เราไม่เคยเป็นเพื่อนกับคนเก่าๆ นางบอกอยากเก็บเราเอาไว้ เราเราคูล ฮ่าๆๆ ฝันเหรอ
  • หากใครเดทกับผู้ชายแล้วเจอ ธงแดง แบบนี้ บอกเลย คิดให้ดี เวลาไม่สามารถเปลี่ยนใครได้ บางครั้งเราคิดว่า สักวันนางคงจะดีกว่านี้ จนอยู่เป็นสิบปี นางก็ไม่เปลี่ยน

  • ตกลงแยกปี 2023 แต่กฎหมายนอเวย์หย่าเลยไม่ได้ ต้องทำเอกสารแยกกันอยู่ก่อนหนึ่งปี
  • พอครบวันแยกกันอยู่หนึ่งปีปึ๊บ เราก็ทำเอกสารหย่าขาดทันที 2024
  • ไม่วาย แฟนเก่านางที่เป็นทนายก็เข้ามาวุ่นวาย ให้เซ็นเอกสารแบ่งของ เราก็เอาของๆ เราอยู่แล้ว ไม่ยุ่งของของคนอื่น
  • อย่างโชคดี พอหย่า เราก็ได้เงินที่เราเคยจ่ายเอ็กตร้าคืน คือเราได้เงินค่าบ้านครึ่งๆ 
  • ทนมาได้ยังไง 11 ปี ก็นึกว่ามันจะดีขึ้น นิสัยเราถ้ามีใครมาทำให้เรารู้สึกไม่โอเค ความรู้สึกที่เคยมีจาก100 ก็จะเหลือ 0 ทันที ก็ไตร่ตรองอยู่หลายปี 
  • อยู่กันไม่มีความสุข มีแต่ความรำคาญใจ ไม่สามารถเป็นตัวเองได้เลย ก็จดข้อดี ข้อเสีย เพื่อใช้เป็นตัวช่วยตัดสินใจ 
  • เอาข้อดีก่อน 1.เอาขยะไปทิ้ง 2.ซักผ้า 3.เก็บผ้ากลับตู้ 4.ดูดฝุ่นบางครั้ง 
  • ข้อเสียอะ โห...ไม่พูดดีกว่า เลยตัดสินใจง่ายเลย เพราะเราใช้เงินตัวเองใช้จ่ายของตัวเองอยู่แล้ว มันก็ไม่ยากหรอก ที่จะออกไปเช่าบ้านด้วยตัวเอง

  • เรียนรู้อะไรจากปสก.นี้ที่ถูกควบคุมชีวิตมา 11 ปี
    • รู้จักคุณค่าในตัวเอง
    • รู้จักการรักตัวเอง เข้าใจอย่างจริงจัง
    • รู้จักความรู้สึกตัวเอง ไม่ชอบ ก็ไม่เอา ไม่ทน
    • ได้ทำสิ่งที่อยากทำ ไม่ต้องไปกลัวอะไรทั้งนั้น 
    • จงใช้ชีวิต ชีวิตมันสั้น
    • ได้เป็นตัวของตัวเอง 100%
    • สามารถนำปสก.เก่านั้นไปใช้ในอนาคต
    • รู้จักการสร้างขอบเขต ถ้าใครเข้ามาล้ำ ก็พูดไปเลยตรงๆ 
    • สร้างลิสต์รายการว่า คนที่เข้ามาในอนาคต ต้องเป็นยังไง ลิสต์ของเราเขียน ทุกอย่าง ที่ตรงกันข้ามกับคนเก่า ฮ่าๆๆ ไม่เรื่องมากเรื่องการกิน นางต้องกินร้านอาหารบนห้างตลอด เวลามาไทย ติดดื่มแฟนซีเบียร์ แฟนซีบาร์ สกายบาร์อะไรเงี๊ย กินกระเทียม หัวหอม บล๊อคเคอรี่ไม่ได้ เกลียดกลิ่นผัดไทย น้ำปลา ข้อจำกัดเยอะ เกลียดจัตุจักร ซึ่งเราชอบจัตุจักรมาก ปัญหาล้านแปด  

  • หลังจากหย่าก็เดทผู้ชายนอร์เวย์บ้าง จนแบบเข็ดกับผู้ชายนอร์เวย์ หลายคนมักมองแย่ผู้หญิงไทยแย่ มักชอบเอาเปรียบ ว่าเราไม่รู้ตาสีตาสา คิดจะหลอก ฝันไปเถอะ
  • หลังจากที่เรามีลิสต์รายการหนุ่มในอนาคตแล้ว ก็ไปเดท และเช็คลิสต์ไปด้วย ถ้าไม่ชอบ ก็ตัดให้ไว ไม่ต้องเจอกันอีก ไม่ก็พูดตรงๆ ว่า ไม่คลิก จบ เดทคนใหม่
  • ผู้ชายนอร์เวย์หลายคนมักจะหวังกับการมีเซ็กเฉยๆ ไม่ผูกพันธ์ แต่เราก็รู้ทัน พวกที่ชอบชมเยอะๆ แตะตัวเยอะๆ ขอบายเลย 
  • บางคนก็แบบ เธอเป็นแฟนเราได้เฉพาะวันอาทิตย์นะ เพราะวันอื่นนางมีคนอื่น มีงี๊ด้วย
  • บางคนก็ เรามาเจอให้เวลาได้ครั้งละ สองชม. นะ เอิ่ม...เมิงเห็นกรูเป็นหรี่รึ
  • แต่เข้าใจว่า ก็ไม่ใช่กับสาวไทยเสมอไปที่พวกเค้าทำแบบนี้ พวกเค้าก็ทำกับผู้ญนอร์เวย์เช่นกัน เพราะคนนอร์เวย์นิยมรักสนุก ไม่ผูกพันธ์
  • อ้อ..ก่อนตัดขาดกัน นางพูดว่า นางก็จะเอาไปเรื่อยๆ ไม่ย้ายใครจากเมืองไทยมานอร์เวย์อีก ดังนั้น สาวๆ ระวังไว้นะจ๊ะ คุยกับหนุ่มๆ หวังแค่จะมี ฮอลิเดย์เกิร์ลเฟรน ที่เมืองไทย จงรู้ตัวให้ทัน

ผู้ชายทุกประเทศ ดีแย่ ทุกที่แตกต่างกันไป 
ดังนั้น อะไรดีก็บอกว่าดี เล่าจากปสก.

อุทาหรณ์"คนไทย"ทำงานที่นอร์เวย์

หลังจากที่ได้อ่านข่าวนี้ ก็คือเดือด และหงุดหงิดมาก ที่นายจ้าง ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าคนนอร์ช หรือคนชาติอื่น ชอบเอาเปรียบ กดหัวชาติอื่น จากปสก.ตัวเอง และเคยเห็นจากเพื่อนร่วมงานด้วยที่ถูกกดดันให้ลาออก


คุณ Mallika ถูกนายจ้างกล่าวหาว่าทำการลักทรัพย์ในเวลางานและ ถูกกดดันให้เซ็นเอกสารลาออกโดยไม่

บทสรุปการตัดสินของศาล

- Mallika Eie อดีตพนักงานในโรงอาหารของบริษัท Den Stolte Hane ชนะคดีความในศาลอุทธรณ์

- ศาลสั่งให้บริษัทจ่ายเงินชดเชยแก่เธอเป็นจำนวน 628,000 โครนนอร์เวย์บริษัทต้องรับผิดชอบค่าทนายความของฝั่งสหภาพแรงงาน (LO) อีกจำนวน 736,100 โครนนอร์เวย์

-ทางทนายความระบุว่า คดีนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับแรงงานต่างชาติที่อาจเสียเปรียบเนื่องจากกำแพงภาษาและความไม่รู้กฎหมายแรงงาน




ปัจจุบัน Mallika ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยทำงานเป็นนักศึกษาฝึกงานด้านการดูแลสุขภาพ (Helsefagarbeider) ของเทศบาลเมือง


ที่มาข่าว https://frifagbevegelse.no/nnnarbeideren/mallika-ble-anklaget-for-tyveri-pa-jobb--som-en-kniv-i-ryggen-6.158.1216265.f400dd6d49