torsdag 17. oktober 2013

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง+แรงบันดาลใจ

Update 21 oct.14

เรื่องทั้งหมดที่เขียนเป็นปสก.การฝึก เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ของเราเองนะจ๊ะ 

          เราเป็นคนชอบเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กน้อยจนถึงประถม และเริ่มไม่ชอบตั้งแต่มัธยมถึงมหาลัย อาจเป็นเพราะครูก็ได้ที่ทำให้เราเกลียดภาษาอังกฤษไปเลย แต่เราก็มีความฝันที่อยากจะไปใช้ชีวิตต่างประเทศ ฟังดูเหมือนง่ายเนอะ ก็ได้ยินคนเค้าพูดๆ กันเยอะไปทำงานต่างประเทศบลาๆ ก็เลยฝันลมๆ แร้งๆ บ้าง 

          เริ่มวางแผนเก็บเงินในบัญชีเดือนละนิดเดือนละหน่อย หลังจากจบมหาลัยฯ ก็ทำงานเรื่อยๆ กินประหยัด บางวันก็ห่อข้าวไปกินที่ทำงาน เดินให้มากกว่านั่งรถ คือประหยัดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เราก็ช้อปปิ้งและกินบ้างแต่ไม่บ่อย ทีนี้ทำไงต่ออีกล่ะ ภาษาอังกฤษก็ยังปลวกจะไปทำอะไรได้ เจอฝรั่งทีวิ่งหนีหางจุกตูดเลย จะอ้าปากพูดสักคำก็กลัวแล้ว... ก็ไปหาซื้อหนังสือฝึกภาษาอังกฤษมาอ่าน อ่านจริงๆ ค่ะ อ่านผ่านไปผ่านมา ไม่ค่อยจะเข้าหัวเท่าไหร่ จะไปเข้าคอร์ส ก็ไม่มีปัญญาจ่ายราคาแพงเป็นแสน



          อยู่มาวันนึง นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสไปทำงาน ฝั่งตรงข้ามเป็นสาวไทยมีแฟนเป็นคนฝรั่ง พูดภาษาอังกฤษคล่องป๋อ แต่ดูภายนอกดูเหมือนคนไม่มีการศึกษาเลย..(ขอโทษที่ต้องเขียนคำนี้นะคะ แต่เราได้แรงผลักดันจากเค้าจริงๆ ความทะเยอทะยานอยากได้อยากดี
 กำเนิดขึ้น) 

แล้วเราก็มองกลับมาที่ตัวเอง เอ๊ะ! นี่เราจบตั้งมหาลัยฯ ท่าทางเราก็ดูดีกว่าเค้านะ แต่ทำไมเราโง่จังเลยอ่ะ?  คำถามนั้นเกิดขึ้นมาในหัว เราก็กลับมานั่งคิดวนไปวนมา ว่าทำไมมันเป็นแบบนี้

          จนคิดได้ว่า เราต้องหาวิธีการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้อย่างจริงจัง กลับมาถึงบ้านเซิสเว็บอากู๋นี่แหละ เซิสประมาณว่า "อยากฝึกภาษาอังกฤษทำยังไง?" ก็มีหลายเว็บเลยแนะนำเกี่ยวกับเว็บเดท ตอนแรกก็มองข้ามเว็บเดทนะคะ ก็คิดว่าไร้สาระมาก ก็ไปฝึกเว็บทั่วๆ ไปที่เค้าเขียนพวกเทคนิคต่างๆ ไว้ ฟัง mp3 บทสนทนาภาษาอังกฤษบ้าง ก็ฟังผ่านๆ ผ่านไปก็เริ่มไม่ค่อยจะได้ดีมากเท่าไหร่นัก
  

          เอาวะ ลองสมัครเว็บเดทดูก็ได้มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่ฟรีด้วย เห็นเค้าแนะนำกันจังเลย ลองสักตั้ง สมัครมันทุกเว็บเลยค่าาาาา.... แปลไม่ออกก็ก็อปปี้ไปแปลในกูเกิ้ลนี่แหละ ตอนที่ต้องใส่รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเอง หรือใส่รายละเอียดของผู้ชายในเสป็ค เล่นไปรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ส่วนใหญ่...ไม่รู้เรื่องค่ะ

          จนเรามีเว็บในใจประมาณ 2 เว็บ เพราะมันดูเล่นง่ายดี ไม่สับซ้อนนัก เราสามารถส่งข้อความไปหาผู้ชายได้ และคุยกันส่งไปส่งมา หรือจะแจกอีเมล์หรือสไกด์อะไรก็ได้ตามใจ แต่เราต้องระวังตัวเองด้วย เพราะในอินเตอร์เน็ตมันมีพวกหลอกลวงเยอะ ไหนจะพวกโรคจิตชอบโชว์ แต่เราไม่เคยเจอพวกหลอกลวงหรอก ส่วนใหญ่เจอแต่พวกชอบโชว์ :P



          สมัครแรกๆ ก็มีคนคุยด้วยเยอะดีค่ะ แต่หลังๆ ก็เริ่มหายไปทีละคนสองคนจนหมด ก็ต้องหาคนคุยด้วยใหม่ เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง ได้แต่คำว่า yes , no , ok และ หัวเราะ hehe, haha ตอนนั้นยอมรับเลยว่าโง่มากๆ แต่เราก็เริ่มได้คำศัพท์ใหม่ๆ จากคนที่เราแชทด้วยนะ เพราะเราต้องก๊อปปี้ประโยคหรือคำศัพท์ไปแปลในกูเกิ้ลบ่อยๆ มันก็เริ่มซึมเข้ามาในหัวสมองทุกวันๆ เล่นได้ประมาณ 2 เดือน ก็ได้เจอกับแฟน เค้าสามารถคุยกับเราได้นาน และเข้าใจภาษาโง่ๆ ของเราแบบไม่เหนื่อย นับถือจริงๆ (ฝึกภาษา ฝึกไปฝึกมาได้แฟนมาเป็นของแถมเฉยเลย)

          ต่อมา...เราก็บอกกับตัวเองว่า เฮ๊ย! เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะ เพื่อเราจะได้คุยกับเค้ารู้เรื่อง แบบที่คนเค้าคุยกัน เราก็เริ่มฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเองอย่างจริงจังอีกครั้ง แต่คราวนี้ขั้นซีเรียสเลย



1 หาหนังสือสอนภาษาอังกฤษเก่าๆ ที่ซื้อไว้หรือหนังสือสมัยมัธยมก็ได้กลับมาอ่านใหม่หลายๆ รอบ และทำความเข้าใจกับมัน

2 อ่านแกรมม่า และทำความเข้าใจกับมัน คร่าวๆ พอ :D (เราคิดมันไม่จำเป็นนักหรอก แต่จริงๆ มันก็จำเป็นแหละ แต่เอาเหอะ ให้มันพูดสนทนาได้ก่อนพอแล้ว)

3 ท่องคำศัพท์ เวลาแชทเราจะได้คำศัพท์ใหม่ๆ ก็จดไว้ทำคล้ายๆ บัตรคำศัพท์ ฝึกจำ และใช้บ่อยๆ


ทุกวันนี้เราอยู่นอร์เวย์ ต้องเรียนภาษานอร์เวย์ 
เราก็ยังใช้วิธีเดียวกัน กับตอนฝึกภาษาอังกฤษ

ตัวอย่าง การทำบัตรคำศัพท์ 
        (1) ตัดกระดาษตามขนาดที่ต้องการไม่ใหญ่ไปไม่เล็กไป 
        (2) ด้านหน้าเขียนคำศัพท์ 1 แผ่นต่อ 1 คำ
        (3) ด้านหลังเขียนคำแปล (ทำแบบนี้สัก 50 แผ่น กี่ปึ๊งก็แล้วแต่) 
        (4) เย็บรวมกัน เวลาไปไหนมาไหนก็ง่ายต่อการหยิบอ่าน

4 ฟัง mp3 บทสนทนาภาษาอังกฤษ และอ่านตาม ออกเสียงตาม ให้ได้สำเนียง (ทำบ่อยๆๆๆๆๆ)

       เว็บที่ใช้ฝึกภาษาอังกฤษ และสามารถดาวโหลด mp3 มาช่วยในการฝึกฟัง ฝึกสำเนียง ......
       (1) http://www.goethe-verlag.com/book2/TH/index.htm
       (2) เลือก ภาษาไทย >> EN ภาษาอังกฤษ UK
       (3) ดาวโหลด mp3 คลิก เลข 2 ด้านหน้า



5 ดูหนังฝรั่ง พร้อมกับซับอังกฤษ หรือซับไทยก็แล้วแต่ ฝึกฟังสำเนียงและ ฝึกอ่าน แต่ตอนฝึกฟังก็ทำลำพังจะดีที่สุด ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยเดี๋ยวเค้าจะด่าเอาเพราะความรำคาญ :D (ทำบ่อยๆ) 

          ข้อ 3 กับ ข้อ 4 สามารถทำตอนอยู่นอกบ้านได้ เช่น นั่งรถตู้ รถเมล์ รถไฟฟ้า เป็นต้น ทำแก้เซ็งเวลารถติด ฟัง mp3 ฟังจนจำได้ขึ้นใจเหมือนกับเวลาเราฟังเพลงค่ะ จะสามารถจำเนื้อความได้และร้องได้ คล้ายๆ กันค่ะ



          ผ่านไป 3 เดือน กับการฝึกภาษาอังกฤษอย่างหนักด้วยตัวเอง อยากบอกว่ามันได้ผลจริงๆ นะคะ แฟนบอกว่า ไม่น่าเชื่อว่าภาษาอังกฤษของเราพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว เราเลยบอกว่า "ก็ใช่สิ เพราะชั๊นอยากจะคุยกับเธอให้รู้เรื่องแบบคนกับคนคุยกันน่ะ"  ตอนนี้เรามั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษเยอะขึ้น ไม่กลัวฝรั่ง ไม่วิ่งหนีฝรั่งแบบแต่ก่อน มีแต่วิ่งเข้าหาเลยค่ะ ชอบช่วยพวกฝรั่งหลงทางสนุกดี ^_^

         แต่ตอนนี้เราไม่ได้ฝึกภาษาอังกฤษต่อแล้ว เราต้องเรียนภาษานอร์เวย์เพิ่ม แต่เราก็ใช้หลักการเดียวกันกับการฝึกภาษาอังกฤษ แต่บอกเลยว่าภาษานอร์เวย์ยากกว่าภาษาอังกฤษเยอะเลยค่ะ 

          ลืมเล่าเกี่ยวกับเงินในบัญชี....ในตอนนั้นที่เรามีแฟน เราก็ยังเก็บเงินเหมือนเดิมจากการทำงาน และประหยัดอดออมได้ประมาณแสนบาท เนื่องด้วยเป้าหมายที่เราวางไว้ว่าอยากใช้เงินนี้ไปต่างประเทศตั้งแต่ต้น เราต้องสนองมันค่ะ ตอนเราย้ายมานอร์เวย์เราใช้เงินของตัวเองทำวีซ่า จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเองหมดเลย เรารู้สึกว่าเราภูมิใจและประสบความสำเร็จในตัวเองค่ะ



         จงถามตัวเองว่า...อยากเก่งไหม? อยากมีอนาคตไหม? ถ้าคุณไปสมัครงานแล้วคุณพูดภาษาอังกฤษได้หรือภาษาไหนก็เหอะ คุณจะมีเงินเดือนสูงกว่าคนอื่น หรือคนอาจจะเป็นคนแรกๆ ที่บริษัทต้องการ

           ใครๆ ก็ฝันลมๆ แล้งๆ ได้ แต่ถ้าคุณอยากให้ฝันนั้นเป็นจริง เริ่มเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่วันนี้ วางแผนตัวเอง ว่าควรทำอะไรก่อน ศึกษาวิธี หรือเขียนแผนการไว้ในกระดาษก่อนก็ได้ เชื่อค่ะว่าทุกคนสามารถทำได้ 

          ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักความจริงและความเป็นไปได้ค่ะ ขอให้ทุกคนที่อ่านบทความนี้โชคดีและประสบความสำเร็จที่ตัวเองวาดฝันเอาไว้นะคะ 


จะประสบความสำเร็จได้
ถามตัวเองก่อนว่า คุณทำดีที่สุดแล้วรึยัง?

บทความแนะนำ โดย All about Norway
คลิกที่ลิ๊งด้านล่างได้เลยจ้า 

การเรียนภาษา

การหางาน และ นาฟ

วีซ่า

ความรู้ทั่วไป

รีวิว ที่เที่ยวใน Oslo

søndag 29. september 2013

แต่งตัวตามองศา หนาว, ใบไม้ผลิ, ร้อน และใบไม้ร่วง

อัพเดทล่าสุด 02-09-16

การแต่งกายตามองศา ตามฤดูการของนอร์เวย์ หรือ จะนำมาประยุกต์กับประเทศอื่นก็ได้ เพราะระบุองศาไว้ด้วยกับการใส่เสื้อผ้า 

มาเริ่มกันเลยจ้า 
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 
เพราะความขี้หนาว และ ไขมันของแต่ละบุคคล ไม่เท่ากัน!!

          บางทีการแต่งตัวของเราแบบอุ่นเกินไป ก็ทำให้หลายคนมองว่าเราเว่อบ้าง อะไรบ้าง แต่เราก็อย่าได้แคร์ค่ะ เพราะเราอุ่นร่างกายและร่างกายเราก็แข็งแรง ไม่ป่วยง่ายแบบสาวที่นี่นะ ชอบแต่งตัวโชว์ว่าชั๊นไม่หนาว อะไรประมาณนี้ แต่จริงแล้วนางหนาวค่ะ แต่อยากจะสวยเท่านั้นเอง 

          เรามีเพื่อนเป็นสาวนอร์ช ไปเที่ยวไปไหนกับนางทีไร บ่นหนาวจะกลับบ้านทุกที - -' เรื่องจริงเลย ก็เพราะนางแต่งน้อยไปล่ะ


สำหรับเมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์
*ถ้าเป็นตอนเหนือของนอร์เวย์ ก็มีแต่ฤดูหนาวตลอดทั้งปี*
ฤดูหนาว 
ธันวาคม, มกราคม, กุมภาพันธ์ 


ฤดูใบไม้ผลิ 
มีนาคม, เมษายน, พฤษภาคม
ซากุระ ที่ออสโล


ฤดูร้อน
มิถุนายน, กรกฎาคม, สิงหาคม 
(จากปสก.ฤดูร้อนของที่นี่ มีแค่เดือน กค.และ สค. 
แต่ก็เป็นฤดูหนาวของคนกทม.อยู่ดี)

ฤดูใบไม้ร่วง 
กันยายน, ตุลาคม, พฤศจิกายน


*อาจไม่เป็นตามนี้เสมอไป เช่น ฤดูร้อน อาจหนาวได้ หรือฤดูใบไม้ร่วง อาจมีหิมะตกได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในปัจจุบัน


         ในฤดูหนาว  แนะนำว่า ต้องหาแจ๊คเก็ตดีๆ สักตัว ที่ให้ความอบอุ่นเยอะๆ จะได้ใส่ข้างในน้อยๆ เพื่อจะได้สบายตัวในการเคลื่อนไหว

          อีกอย่างนึงที่ตามมาในหน้าหนาว คือ น้ำมูกไหล เดินๆ อยู่ก็ไหล ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น จะออกไปไหนต้องพกกระดาษทิชชู่เสมอๆ

แจ๊คเก็ตขนเป็ดนี้จาก ZARA จากราคา12xx หรือ 279 kr.
อุณหภูมิ -21 ถึง -30 องศา ช่วง 
ฤดูโคตรหนาว 
  • สวมเสื้อลองจอห์น 1-2 ชั้น 
  • เสื้อแขนยาว 1-2 ชั้น หรือ วูลแบบหนา หรือ บางแล้วแต่
  • เสื้อขนเป็ดยาว
  • กางเกงขายาวสวมทับกางเกงลองจอห์น 1 ชั้น และปลอกไหมพรมขา 
  • ถุงเท้าอย่างหนาหรือผสมขนแกะ
  • รองเท้ากันหนาวด้านในบุด้วยขนสัตว์ 
  • ผ้าพันคอไหมพรมหรือวูล
  • หมวก
  • ถุงมืออย่างหนาหรือวูล

          แต่ถ้าหนาวมากกว่า -30 องศา มีอะไรก็ใส่ๆๆๆ ไปหรือไม่จำเป็นต้องออกไปไหนก็อยู่บ้านดีกว่าค่ะ เพราะเวลาหนาวมันหนาวจริงๆ หนาวเข้ากระดูกเลย จินตนาการว่าอยู่ในห้องฟรีสแล้วกันว่าจะหนาวแข็งขนาดไหน แถมลมด้วย เวลาหายใจนะมีแต่ความเย็น บรื๊อ... น้ำมูกก็ไหลปื๊ดๆ :P


          ถ้าจะซื้อเสื้อขนเป็ด ที่ๆ เราไม่แน่ใจในสินค้าหรือตามร้านแผงลอย ก็ลองใช้มือจับๆ คลำๆ ดู ถ้ารู้รู้สึกว่ามันมีก้านๆ โอเคซื้อได้
________________________________


อุณหภูมิ -11 ถึง -20 องศา ช่วง ฤดูหนาวมากๆ 
ซื้อที่นอร์เวย์ แบบบางบาง แต่ผสมวูลอย่างดี

ราคาชุดนี้ 500 กว่าโครน

  • สวมชุดลองจอห์น 1 ชั้น (หรือ 2 ชั้นแล้วแต่ ถ้าขี้หนาว) ชุดลองจอห์นซื้อจากไทยจะเป็นแบบหนา ถ้าซื้อที่นี่จะเป็นแบบบาง และคุณภาพของที่นี่ชนะขาด แต่ก็ใส่ร่วมกันได้

  • เสื้อแขนยาว 1-2 ชั้น แล้วแต่หนา หรือ บาง
  • เสื้อแจ๊คเก็ตขนเป็ดยาว
  • กางเกงขายาวสวมทับกางเกงลองจอห์น หรือ ใส่ที่คล้ายๆ กับถุงน่องแต่ผสมขนสัตว์ลงไปชั้นแรก และทับด้วยกางเกงขายาว หรือ ใส่กางเกงขายาว และทับด้วยปลอกไหมพรมขา
  • ถุงเท้าอย่างหนาหรือผสมขนแกะ
  • รองเท้ากันหนาวด้านในบุด้วยขนสัตว์
  • ผ้าพันคอไหมพรมหรือวูล
  • หมวก 
  • ถุงมืออย่างหนาหรือวูล

อย่าซื้อ!! ชุดกันหนาว หรือ อุปกรณ์กันหนาวใดๆ จากไทย เพราะมันใช้ไม่ได้จริง ซื้อมาต้องทิ้งอะ จากปสก.และจากเพื่อนๆ บ่น (ไม่ว่าจะหลังการบินไทย หรือแพลตทินั่มก็ตาม)
ซื้อจากไทย แพลททินั่ม หนา แต่ไม่ค่อยอุ่นเลย แถมกางเกงขายาวไม่เท่ากันด้วย อารมณ์เสีย!! มาค้าบอกว่า กันหนาวได้ลบสิบ ชุดนี้ ราคา 900 บาท
________________________________


อุณหภูมิ 0 ถึง -10 องศา ช่วง ฤดูหนาว

เสื้อวูล มีหลายตัวไว้ก็ดี ให้ความอบอุ่นดีกว่าเสื้อคัตต้อน เหมาะกับคนขี้หนาว แต่
ถ้าใส่เสื้อวูลไว้ชั้นในสุด จะคันมากๆ ดังนั้นต้องใส่เสื้อแขนยาวแบบอื่นใส่ไว้ข้างในก่อนเสมอ
  • สวมชุดลองจอห์น(long john) ควรเลือกคุณภาพผสมจากขนสัตว์จะอุ่นดีมากๆ 
  • เสื้อแขนยาว 1 ชั้น สวมทับเสื้อลองจอห์น หรือ เสื้อแขนสั้น และใส่ลองจอห์นทับ และทับด้วยเสื้อแขนยาวแบบหนาอีกที
  • แจ๊คเก็ตขนเป็ดแบบยาว จะได้ไม่เย็นก้น
  • กางเกงขายาวสวมทับกางเกงลองจอห์น หรือ ใส่ที่คล้ายๆ กับถุงน่องแต่ผสมขนสัตว์ลงไปชั้นแรก และทับด้วยกางเกงขายาว หรือ ใส่กางเกงขายาว และทับด้วยปลอกไหมพรมขา
  • ถุงเท้าอย่างหนาหรือผสมขนสัตว์
  • รองเท้ากันหนาวด้านในบุด้วยขนสัตว์
  • ผ้าพันคอไหมพรมหรือวูล
  • หมวก 
  • ถุงมือวูล

เสื้อแบบนี้ เหมือนจะอุ่นแต่ไม่อุ่นนะจ๊ะ เป็นคัตต้อนธรรมดา
________________________________


อุณหภูมิ 1 ถึง 5 องศา ช่วง เข้า - ออก ฤดูหนาว


  • สวมเสื้อแขนยาว 1-2 ชั้น มีวูลก็ใส่วูล มีธรรมดาก็ใส่ธรรมดา หรือ (เสื้อลองจอห์น 1 ชั้น และตามด้วยเสื้อแขนยาว 1 ชั้น) ก็ได้ อุ่นชัวๆ
  • แจ๊คเก็ตเป็นใยโพลีอีสเตอร์ หรือ ขนเป็ดปล้องๆ ก็ดี
  • กางเกงยีนอย่างหนาเล็กน้อย 
  • รองเท้าสำหรับวินเทอร์ ข้างในจะอุ่นๆ หรือใส่ผ้าใบก็ได้ แต่จะเย็นเท้าหน่อย  หรือ รองเท้าหนังแบบบูธ ก็เวิร์ค
  • ถุงเท้ายาวเลยข้อเท้า 
  • ผ้าพันคอ สำคัญมากกก 
รองเท้าแบบนี้ฮิตมาก ข้างในเป็นขนแกะ อุ่นมาก 
แต่ไม่แนะนำใส่วันฝนตก จะทำให้รองเท้าเป็นคราบ ไม่สวย
_______________________________


อุณหภูมิ 6 ถึง 12 องศา ช่วงฤดูใบไม้ร่วง กับ ฤดูใบไม้ผลิ


ตัวนี้เป็นวูล 95% เยอะมาก อุ่นดี ชอบ แบบก็สวยจาก Mood of Norway ราคาเต็ม 2xxx โครน ซื้อตอนลดราคา 800 kr. คุ้มสุดๆ
  • สวมเสื้อแขนยาว 1 ชั้น หรือ เสื้อยืดยัดใน 1 ชั้น ร่วมด้วย (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแจ๊คเก็ตด้วยว่า หนา หรือ บาง คุณภาพดีแค่ไหน)
  • แจ๊คเก็ตวูลยาวหน่อย 
  • กางเกงยีน 
  • รองเท้าผ้าใบ 
  • ถุงเท้ายาวเลยข้อเท้า
*ถุงมือ หมวก ใช้ได้ แต่สำหรับคนที่นี่ อุณหภูมิขนาดนี้จะไม่ค่อยใช้กัน ส่วนผ้าพันค่อนข้างสำคัญนะ ถ้าไม่อยากป่วย... 
________________________________


อุณหภูมิ 13 ถึง 18 องศา ช่วง ฤดูใบไม้ร่วง กับ ฤดูใบไม้ผลิ
แจ๊คเก็ตนี้หนังแท้ จะอุ่นกว่า ชอบมากตัวนี้จาก 
Mango 999 โครน ลดเหลือ 700 โครน
  • สวมเสื้อแขนยาว 1 ชั้น หรือ เสื้อยืดยัดใน 1 ชั้น ร่วมด้วย (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแจ๊คเก็ตด้วยว่า หนา หรือ บาง)
  • แจ๊คเก็ต
  • กางกางยีน 
  • ผ้าพันคอแบบบาง ถ้าคิดว่าเย็นที่คอนะ หลายคนก็ใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง เพราะความรู้สึกหนาวของแต่คนต่างกัน
  • รองเท้าผ้าใบ, รองเท้าหนังบูท
________________________________


อุณหภูมิ 19 ถึง 25 องศา  ช่วง ฤดูร้อน *ถ้ายืนกลางแดดแรงๆ ทะลุ 30 องศาได้ จนทำให้แสบผิว แต่ถ้าในที่ร่มเงา ก็รู้สึกเย็นๆ
หนังเทียม ไม่อุ่น ใส่เก๋ๆจาก Mango 500 kr.



  • สวมเสื้อยืด 1 ตัว 
  • กางเกงยีนขายาว, ขาสั้น, กระโปรง ตามสะดวก
  • ใส่เสื้อหนังเท่ๆ (แบบบาง) ก็เป็นที่นิยมมาก, เสื้อยีน หรือ เสื้อแบบซิปรูดด้านหน้าก็ฮิตล่ะ หรือ เก๋ามากก็เสื้อยืดตัวเดียวเลยจ้า
  • รองเท้าผ้าใบ, รองเท้ารัดส้น, รองเท้าอีแตะ
สำหรับคนที่นี่อุณหภูมิขนาดนี้ถือว่าเป็นอะไรที่ดีมากๆ บางปีก็แตะถึง 30 องศาเลยจ้า.....ถ้าอยู่กลางแดดนะ
________________________________

          ถ้าใครคิดว่ามากไป หรือ น้อยไป ก็เพิ่มลดตามสะดวก เพราะอากาศที่พูดถึงนี้ ยังไม่คำนวณแรงลมนะจ๊ะ วันไหนลมนิ่งก็สบายๆ ชิวๆ ไปล่ะ
________________________________  


แนะนำการซื้อ - การใช้ - สิ่งจำเป็น


 *หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ หรือที่ปิดหู แนะนำว่าควรใช้ เรามาจากประเทศร้อนไม่มีความอดทนต่อลมเย็นๆ เข้าหู พอเดินข้างนอกนานๆ จะทำให้ปวดหูทรมานมากและไม่สบายได้ง่าย ควรสวมถุงมือด้วย เพราะจะช่วยถนอมมือไม่ให้แห้งด้านง่ายด้วยค่ะ ส่วนผ้าพันคอ ก็จำเป็น หนาวมากหนาวน้อยก็เปลี่ยนผ้าพันคอใช้หนาบางต่างกัน ผ้าพันคอนี่ใช้ได้ถึงประมาณ 18 องศาเลย(แบบบาง) แต่ถ้าชินกับอากาศแล้ว ก็ไม่มีปัญหา 
________________________________  

ที่กันลื่น เวลาพื้นเป็นน้ำแข็ง
          หลายคนชอบพูดว่า สิ่งนี้สำหรับคนแก่...... อย่าได้แคร์จ้า พอใส่เดินเสร็จเราก็ถอดออกเก็บใส่ถุง ไม่จำเป็นต้องใส่เดินตลอดทาง ไปห้าง ขึ้นรถไฟ 
          อย่าเอาชีวิตไปแลกกับการที่คนอื่นมองว่าสำหรับคนแก่ เพราะมีคนลื่นหัวแตกมาเยอะมาก ปลอดภัยไว้ดีที่สุด

         วิธีใช้ สวมไว้ใต้รองเท้า จะทำให้เดินง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเดินลื่นล้มก้นจ้ำเบ้าเลยค่ะ มันจะมีหมุดยึดไว้ด้านล่าง หาซื้อได้ตามร้าน G Sport กับ Apotek มีหลายแบบ อันเล็ก อันใหญ่ สำหรับเดิน วิ่ง ฯลฯ ราคาประมาณ 119 kr. = 595 บาท

          จาก ปสก. ล้มก้นจ้ำเบ้ามาหลายครั้งเลยค่ะ บางทีขี้เกียจใส่ที่ป้องกัน เพราะคิดว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่ล้มอยู่แล้ว แต่ก็ลื่นทุกที :D
__________________________________________________


ถุงมือหนังแฟชั่น ใส่ติดลบเอาไม่อยู่ อย่าซื้อ และซื้อจากไทยของไม่ดีจ้า หรือพูดง่ายๆ ว่า ของใช้หน้าหนาวควรซื้อที่ประเทศที่เราจะไปอยู่ดีที่สุด เพราะด้วยคุณภาพดีกว่ากันเยอะ แถมราคาก็ไม่ต่างกันนักด้วยล่ะ พูดจริง ใช้ถุงมือผสมวูลดีกว่า

          ถุงมือยาง หน้าตาธรรมดา ราคาถูกๆ มีประโยชน์มากล่ะขอบอก ถ้าถุงมือปกติที่มีอยู่มันไม่อุ่น ก็ใส่ถุงมือยางไว้ข้างใน แล้วก็ใส่ถุงมือกันหนาวทับอีกที คือจะบอกว่ามันอุ่นมาก จนร้อนเปียกเลยล่ะ อย่างตอนเราไปเล่นสกี เราไม่มีถุงมือกันน้ำ เราก็ใส่ถุงมือยางชั้นแรก ชั้นสองก็ถุงมือธรรมดา เล่นสกีนะ ไม่เย็นมือเลย แต่ถุงมือชั้นนอกเปียกโซค.... 
____________________________________


ตัวนี้ใส่เวลาไปเดินป่า går på tur. มันจะบาง(แต่ถึงจะบาง เวลาเดินนานๆ เราจะเหงื่อออกและอุ่นเอง) แต่กันลม กันน้ำ หรือใส่ตอนวันฝนตกก็ได้(ใส่วันฝนตกในช่วงหนาว ก็ใส่เสื้อด้านในเพิ่ม) ยี่ห้อนี้ฮิตมาก แต่แพงด้วย ซื้อมาตอนลด 6xx kr.         

ตัวนี้สำหรับไปเล่นสกี ลุยหิมะ กลิ้งๆๆๆ บนหิมะ ซื้อตอนลดราคา เหลือ 100 kr. = 500 บาท จาก H&M ไซค์เด็ก ราคาจริง 400 kr. = 2,000 บาท ก็คุ้มนะ ใส่เล่นหิมะ ข้างในบุอุ่นนิดนึงล่ะ  (ถ้าใส่พวกเสื้อขนเป็ดไปลุยหิมะระวังเปียกซึมนะจะบอกให้ แถมอุ่นไม่พอด้วยลมเข้าได้)
  
        กางเกงไปจับปลา เอ้ย! กางเกงไปคลุกกลิ้งกับหิมะ ต่างหาก ราคาเริ่มต้น 500 kr. คือ อุ่นมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เว่อๆ อะ ลมไม่เข้า ไม่เปียกใดๆ ใครจะไปเล่นหิมะ สไลด์เด้อ เล่นสกีอะไร แนะนำต้องมี ต้องซื้อ!!
          รองเท้าอันนี้แบบกันน้ำ เหมาะสำหรับช่วงหิมะเยอะ เปียกแฉะ คู่นี้ตอนซื้อมาแพงมาก เพราะตอนนั้นสินค้ายังไม่ลดราคา ซื้อด้วยความจำเป็นล่ะ
          ไหมพรมปลอกขา ยาวจากเข่าถึงข้อเท้า สวมคลุมทับด้านนอกของกางเกง ช่วยเพิ่มความอุ่นอีก 1 ชั้น มีขายตามห้างร้านทั่วไป ราคาไม่แพงจ้า ไม่เกิน 100 โครน
          หรือถ้าใครจะใส่เสื้อแจ๊คเก็ตยี่ห้อ canada goose ก็ได้ค่ะ สำหรับคนตังเยอะเหลือใช้ หรือบางคนซื้อใส่เพื่อความโก้ เพราะวัยรุ่นหลายคนที่นี่ ก็ใส่กันอวดบ้าง แต่ยอมรับว่ายี่ห้อนี้เค้าดีจริง ราคาของจริง 6,000 kr. = 30,000 บาท อุ้บ!!...แพงจนจุก :D

          ที่นี่เค้าใส่เสื้อผ้า รองเท้า พร้อมกับสภาพอากาศทุกประเภท อย่างรองเท้านี่ ทั้งผ้าใบ บูทหน้าหนาว บูทหน้าฝน รองเท้าอุ่นๆ หน้าหนาว รองเท้าแต่ะ นี่คือสิ่งจำเป็นเลยล่ะ แจ๊คเก็ตก็เหมือนกันมีทุกฤดู ถ้าช่วงฝนตก เค้าก็จะใส่เสื้อสำหรับกันฝนโดยเฉพาะ 

          อยู่ไปอยู่มา จะเริ่มชินกับอากาศหนาว และเริ่มใส่น้อยลงค่ะ จากปสก. เดี๋ยวนี้ อุณหภูมิ -10 องศาใส่กางเกงยีนตัวเดียวยังไหว ปกติต้องใส่ข้างในอีกตัว ไม่ก็เป็นไหมพรมหุ้มขา แต่ถ้าใครมือใหม่ ไปเที่ยว หรือ เพิ่งย้ายมาอยู่ ก็จัดเต็มเชิญตามสบายค่ะ :)



บทความแนะนำ โดย All about Norway
คลิกที่ลิ๊งด้านล่างได้เลยจ้า 

การเรียนภาษา

การหางาน และ นาฟ

วีซ่า

ความรู้ทั่วไป

รีวิว ที่เที่ยวใน Oslo

tirsdag 3. september 2013

นอร์เวย์ มี 4 ฤดู คือ

ฤดูและอากาศ ของประเทศนอร์เวย์
เน้น Oslo




ฤดูหนาว : Winter 
ธันวาคม, มกราคม, กุมภาพันธ์ 
December, January, February


          อุณหภูมิเฉลี่ย 0°C -  -25°C หรือลบมากกว่านั้นแล้วแต่ปีพระอาทิตย์จะเริ่มขึ้นประมาณ 9 นาฬิกา และจะเริ่มตกประมาณ 15:00 นาฬิกา อากาศในแต่ละวัน บางวันท้องฟ้าสีเทา ไม่มีพระอาทิตย์ ให้ความรู้สึกหดหู่ ง่วงนอนตลอดเวลา ไม่กระปรี๊กระเป่า มองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้เปลือยกาย ไม่มีดอก ไม่มีใบ ผู้คนจะอยู่แต่ในที่พักอาศัย จะไม่ค่อยออกไปเดินเล่นนัก ..... จะว่าไปแล้วฤดูหนาวของนอร์เวย์นับตั้งแต่ พฤจิกายน ถึง มีนาคมก็ยังได้นะช่วงนั้นประมาณ 0-8 องศา  หนาวของที่นี่ช่างยาวนาน นานจนนั่งนับวันรอซัมเมอร์จนเหนื่อยเลยล่ะ
          ปี 2019 ช่วงหลังๆ นี้ โลกร้อนจริงๆ ค่ะ เพราะมันไม่ค่อยหนาวนัก ไม่ถึง -25 ด้วยเดี๋ยวนี้




ฤดูใบไม้ผลิ : Spring 
มีนาคม, เมษายน, พฤษภาคม 
March, April, May

          อุณหภูมิเฉลี่ย 1°C -16°C ช่วงเดือนมีนาคมหิมะเริ่มละลายหายไป และแดดก็เริ่มกลับมา พระอาทิตย์ขึ้นเร็วขึ้นเวลาประมาณ 6 นาฬิกา และเริ่มตกเวลาประมาณ 20:00 นาฬิกา นั่นหมายถึงวันของแต่ละวันก็ยาวขึ้นด้วยเช่นกัน  ส่วนต้นไม้ใบหญ้า ค่อยๆ งอกออกดอก ออกใบเขียวอ่อนๆ ช่วงเดือนเมษายน และเปลี่ยนเป็นใบเข้มช่วงเดือนพฤษภาคม ฝนก็มาด้วยจ้า



ฤดูร้อน : Summer 
มิถุนายน, กรกฎาคม, สิงหาคม 
June, July, August

          อุณหภูมิเฉลี่ย 17°C - 28°C  3 เดือนนี้ เป็นเดือนแห่งความหวังของคนนอร์เวย์ ความสดใสร่าเริงของผู้คนกลับมา เป็นฤดูร้อนที่เราไม่รู้สึกร้อนเลย รู้สึกสบายตัวมากๆ แต่ถ้าเดินกลางแดดในวันที่แดดจัด อันนั้นเหงื่ออาจตกได้ ....พระอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณตี 4 และเริ่มตกประมาณ 21 นาฬิกา แต่เที่ยงคืนฟ้าก็ยังไม่มืดสนิท ซึ่งเป็นปัญหาในเวลานอนในตอนกลางคืนอย่างมาก ด้วยแสงแดดที่รอดผ่านผ้าม่านทำให้นอนไม่หลับและตื่นเร็วด้วย
          ปี 2018 เป็นปีที่ทุกคนจำได้ดีว่า หน้าหนาวหมดปุ๊ป ก็หน้าร้อนเลย ร้อนแบบยังกับอยู่เมืองไทย แล้วร้อนตลอดเกือบสามเดือน
          ปี 2019 ปีนี้ เกิน 30 องศา ค่ะ ทั่วยุโรปร้อนมากๆ นอร์เวย์ถือว่า ยังไม่ร้อนระเบิด



ฤดูใบไม้ร่วง : Autumn
กันยายน, ตุลาคม, พฤศจิกายน
September, October, November

          อุณหภูมิเฉลี่ย 0°C - 18°C ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง สีแดงร่วงลงกับพื้น ในเดือนพฤศจิกายน จะเริ่มรู้สึกได้แล้วว่าฤดูหนาวค่อยๆ คืบคลานเข้ามาเยือน อุณหภูมิจะลดลงเหลือตัวเลขหลักเดียว วันในแต่ละวันเริ่มสั้นลง พระอาทิตย์จะเริ่มขึ้นประมาณ 6 นาฬิกา และเริ่มตกเวลาประมาณ 20 นาฬิกา ในเดือนกันยายน  ..... ส่วนเดือนพฤศจิกายน พระอาทิตย์จะเริ่มขึ้นประมาณ  7 นาฬิกา และเริ่มตกเวลาประมาณ 16 นาฬิกา 



เฉลี่ยอุณภูมิที่พูดถึงนี้ คือที่เมืองหลวง "ออสโล"

- อากาศจะเย็นในช่วงเช้า และอุ่นขึ้นหลังเที่ยงวัน
- ถ้ายืนตากแดดจะอุ่นกว่า ยืนในร่มเงา เช่น ต้นไม้ สถานีรถไฟ
- วันที่มีลมพัดแรงจะหนาวเย็นยะเยือก ถึงอากาศจะดูเหมือนอุ่นก็ตาม
- ในแต่ละเดือน แต่ละฤดู จะมีฝนปนอยู่ด้วยในบางวัน ยิ่งหนาว เจอฝน ก็....ไม่ต้องพูดถึงเลย
- ก่อนออกจากบ้านต้องเช็คสภาพอากาศทุกครั้ง
- เช็คความชื้นของอากาศ(ฝน) มากกว่า 1 mm เตรียมร่มได้ 
- ลมพัดความเร็วเท่าไหร่ มากกว่า 5 m/s คือเย็นละ
- เมฆมากแค่ไหน ถ้ามากคือเราจะหนาวเพราะเท่ากับว่าอยู่ในร่มเงา
- พระอาทิตย์โชว์ 100% รึเปล่า ถ้าใช่ก็แต่งตัวลัลล๊าได้เลย
- ตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์จะหนาวตลอดทั้งปี
- อุณภูมิจะลดหลั่นกันไปตามช่วงของเดือน เช่น ถ้าเป็นช่วงคาบต่อเดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม .....พฤศจิกายนจะหนาวกว่า กันยายนและตุลาคม

บทความแนะนำ คลิกที่ลิ๊งด้านล่างได้เลยจ้า

การเรียนภาษา

การหางาน และ นาฟ

วีซ่า

ความรู้ทั่วไป

รีวิว ที่เที่ยวใน Oslo