หลังจากแต่งงานอยู่ร่วมกับคนนอร์เวย์ มาสิบเอ็ดปี จนป่วย!
ไม่ได้เอ่ยชื่อใคร อย่าร้อนตัว!
ใครโลกสวยไม่ต้องอ่านนะ กดปิด ไปเลย
ย้ายมานอร์เวย์ปี 2011 ซื้อตั๋วเอง จ่ายค่าวีซ่าเอง พกเงินติดกระเป๋ามาด้วยแสนบาท จ่ายทุกค่าที่เกี่ยวกับตัวเอง ภูมิใจเว่อค่ะ
- ทำความรู้จักกันมาก่อนหนึ่งปี มาวีซ่าคู่หมั้น แล้วแต่งที่นี่
- เงินแสนบาทที่พกมาด้วย ก็ให้สามี เพราะเราคิดว่า เรามาไม่มีงานทำ นางจะได้จ่ายเบ็ดเตล็ดไปพลางๆ คิดย้อนกลับไป โง่....รึเปล่านี่
- อยู่ร่วมกันเดือนแรกๆ ก็ลุ่มๆ ดอนๆ ทะเลาะประจำ เพราะไม่เคยอยู่ด้วยกันมาก่อน
- ด้วยวัฒนธรรมที่แตกต่างด้วย นางบอกว่า เป็นเรื่องปกติที่คนที่เลิกกันแล้วแฟนเก่า จะไปมาหาสู่กันที่บ้านผู้หญิง ทำกิจกรรม เล่นเกม ดูหนัง บลาๆ ต้องยอมรับแบบไม่จำยอม นางมีเพื่อนผู้หญิงเยอะ และติดต่อไปมาหาสู่กับแฟนเก่าบ่อยๆ
- หลังอยู่ได้สามเดือนก็ได้ไปเรียนภาษาฟรี
- นาง ก็กดดัน กดดันมากๆ ให้ออกไปหางานตลอดเวลา เพื่อให้ช่วยนางจ่ายมากขึ้น ภาษาคือไม่ได้เลยตอนนั้น
- เพื่อนคนไทยบอกให้เรียน เพื่อจะได้มีงานดีในอนาคต
- นางขัดขวาง จะเรียนไปทำไม ทำงานดิ จะได้มีเงิน
- หลังจากครึ่งปี งานแรก ทำความสะอาดโรงแรม
- เรียนภาษาเสร็จ ก็ไปทำงาน หาเงิน โดนเพื่อนผิวสีข่มที่ทำงานอีก
- นางเริ่มควบคุมตัวเรามากขึ้นๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว
- เราก็พยายามปรับตัวเปิดรับวัฒนธรรมที่นี่ เช่น....ฯลฯ
- การแต่งตัว ก่อนออกจากบ้าน นางต้องเช็คว่านางพอใจหรือไม่ ถ้าไม่พอใจก็ต้องเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ หรือ สี
- เกงใน ต้องเปลี่ยนเป็นจี
- ผ้าอนามัย ให้เปลี่ยนเป็นแบบสอด
- โกนขนทุกตรง ไม่ว่าจะเป็นหว่างคิ้ว แขน ขา...จะโดนเช็คตลอด
- ทรงผม ถ้าตัดหน้าม้า ก็จะโดนพูดล้อ เรื่อยๆ ว่า ไม่เหมาะ เลิกตัดได้แล้ว ตัดทำไม
- เวลานางดื่มกับเพื่อน แล้วเราอยู่ด้วย พอนางกึ่มๆ ไม่รู้จะทำอะไร ชอบเล่าเรื่องเปิ่นของเราให้เพื่อนนางฟัง คือมันชอบทำให้เรารู้สึกอับอาย และหัวเราะสนุก
- ชอบให้ทาเล็บ ทาสิ สวยดี ถึงแม้จะมีเคมี
- ไม่ให้ใส่แว่นทรงกลมเท่ๆ ต้องใส่แบบใหญ่ๆ ที่ดูไฮโซ เคยมีแว่นเรแบนทรงกลม ต้องขายไปซื้อแว่นใหญ่ๆ แบบแมลงวันแทน
- พูดล้อขนจมูก ซึ่งมันก็เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เราไม่เคยตัดแต่งใดๆ มาก่อน แต่ก็พล่ามไม่เลิก
- ผมขาว ก็จะพูดล้อตลอด บอกให้ย้อม ไม่ก็ดึงผมเราออก
- คุมน้ำหนัก ไม่ให้เราเกิน 38 kg คือผอมมากๆ เหมือนไม้เสียบผี
- การสัก ถ้าจะสักอะไรต้องแจ้งให้นางทราบ เพื่อให้ได้รับอนุญาต
- เวลาอยู่นอกบ้าน ห้ามทำหน้าไม่พอใจ เพราะคนอื่นจะมองเข้ามา และอาจเข้าใจผิดว่าเราไม่พอใจนาง คือนางแคร์คนอื่นมากกว่าคนของตัวเอง แคร์เพื่อน ครอบครัว คนอื่นตามท้องถนนมากๆ
- ห้ามให้เราพูดจาตรงๆ พูดอย่างที่เราคิด ห้ามแสดงตัวว่าเป็นตัวเอง คือ ต้อง Fake ตลอดเวลา วัฒนธรรมนอเวย์เลยจ้า
- เราพูดอะไร แสดงความเห็นอะไร ก็แปลว่าผิดตลอด
- นางทำให้เราสงสัยตัวเอง ว่าเอ๊ะ..นี่เราโง่เหรอ และกลายเป็นคนไม่มีความมั่นใจในตัวเอง และมันทำให้เรารู้สึก ไม่กล้าที่จะออกไปจากความสัมพันธ์ ติดอยู่ในลูป
- ทวงบุญคุณตลอดโท่งๆ สมมุติวันนี้นางจ่ายค่าอาหารค่าเบียร์นอกบ้าน วันรุ่งขึ้น นางจะบอกว่า เฮ้..เธอจ่ายนั่นจ่ายนี่ด้วย เพราะเมื่อวาน นางจ่ายไปแล้ว คือเราด้วยนิสัยไม่ชอบเลยเวลามีคนมาพูดทวงบุญคุณแบบนี้ เคยอธิบายให้มันฟังหลายครั้งแล้วว่าไม่ต้องพูด เพราะมันน่ารำคาญ เรารู้ว่าเราควรทำอะไร นางไม่หยุดพูด เราก็เลยจบปัญหาว่า ทุกครั้งที่ออกไปกินนอกบ้าน เราจ่ายของเราเท่านั้น คุณจ่ายของคุณ หรือซื้อของร้านค้าซื้อของเข้าบ้าน ใครใช้กินอะไร ก็ซื้อของตัวเอง
- แล้วอีกโทษเรา ตอนนั้นเป็นปาร์ตี้ซัมเมอร์กับเพื่อนคนนอร์เวย์ปาร์ตี้ใหญ่ ดึกมากแล้ว เราบอกเราจะกลับบ้านจะกลับเอง แต่ใจจริงนาง ก็อยากกลับเช่นกัน แต่นางบอกเพื่อนๆ ว่า เราอยากกลับ เพราะรู้สึกเข้ากับคนนอร์เวย์ไม่ได้ แล้วนางต้องกลับบ้านกับเรา เพื่อไปดูแลเรา อันนี้ไม่โอเคมากๆ มันทำให้เราเสีย และเพื่อนนางทุกคนมองเราเป็นตัวปัญหา เพราะเพื่อนนางอยากให้นางอยู่ต่อจนเช้า เราก็คุยกับนางว่า พูดงี๊ได้ไง เราไม่โอเคนะ นางบอกหยาๆ ไม่เป็นไรหรอก แต่เราเป็นไง
- นางทำอะไรกินไม่เป็นเลย ทอดไข่ เบคอน ยังไม่เป็นเลย กินแต่อาหารแช่แข็ง พวกพิซซ่า ผักยังซื้อแช่แข็งเลย
- โน้มน้าวให้เราจ่ายค่าบ้านเพิ่ม พอเราทำงานประจำก็หารทุกอย่างครึ่งๆ บางครั้งนางเห็นเงินในบัญชีเรา นางก็บอกว่า มีเงินเก็บไปทำไมเยอะแยะ จ่ายเพิ่มดิ เราก็ทำตามที่นางบอก จ่ายเพิ่มเติมจากที่ต้องจ่ายบ่อยๆ เมื่อเรามีเงินในบัญชี
- ทำไมปล่อยให้นางดูเงินในบัญชี นางบอกว่า ที่นอร์เวย์คนแต่งงานกันแล้ว ต้องโชว์ว่ามีเงินเท่าไหร่เป็นเรื่องปกติ อือ...เชื่อคนง่าย
- นางอยากได้รถ เราก็ช่วยจ่ายครึ่งนึง เราไม่เคยเอาเปรียบใครทั้งนั้น
- โดนควบคุม โดนแก๊สไลเตอร์มาหลายปี โดนควบคุมทั้งความคิดและทางกาย เราทำอะไรก็ผิด สงสัยตัวเอง จนเรานึกว่าเราโง่มาตลอด เพราะนางจะถูกตลอดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เราไม่เคยชนะสักครั้ง
- พอเราจะตัดสินใจอะไร นางมักจะบอกว่า เราแต่งงานกันแล้ว จะทำอะไร นางต้องอนุญาตก่อนถึงจะทำได้
- ปีหลังๆ เราเริ่มอยากเป็นตัวของตัวเอง เพราะรู้สึกอึดอัดมาก สงสัยตัวเองว่าเราเป็นใครกันแน่ ไม่เป็นตัวของตัวเอง จนไปสักสามสตูดิโอ แล้วเจอช่างสักผู้หญิงบ่อยๆ ก็มักจะคุยแลกเปลี่ยนปสก.กัน พวกนางเตือนสติเราได้ดี จนเราก็ตัดสินใจในสิ่งที่ควรเป็น
- อ้อ...มันมีประเด็นสักที่จำได้แม่นว่า เราพูดเอ่ยว่า อยากสักช่วงคอ ไหล่จังเลย มันบอกว่า ถ้าเราทำ ต้องเลิกกัน อ้างว่า เราเป็นแต่งงานกัน ถ้าอีกฝ่ายไม่โอเค เราก็ไม่สามารถทำได้
- เหตุการณ์นี้ทำให้เราคิดได้อย่างถ่องแท้เลยว่า ตัวเรา เราตัดสินใจเอง
- พอแยกกันแล้ว นางอยากให้เรายังคงเป็นเพื่อนกับนาง เราบอก เราไม่เคยเป็นเพื่อนกับคนเก่าๆ นางบอกอยากเก็บเราเอาไว้ เราเราคูล ฮ่าๆๆ ฝันเหรอ
- หากใครเดทกับผู้ชายแล้วเจอ ธงแดง แบบนี้ บอกเลย คิดให้ดี เวลาไม่สามารถเปลี่ยนใครได้ บางครั้งเราคิดว่า สักวันนางคงจะดีกว่านี้ จนอยู่เป็นสิบปี นางก็ไม่เปลี่ยน
- ตกลงแยกปี 2023 แต่กฎหมายนอเวย์หย่าเลยไม่ได้ ต้องทำเอกสารแยกกันอยู่ก่อนหนึ่งปี
- พอครบวันแยกกันอยู่หนึ่งปีปึ๊บ เราก็ทำเอกสารหย่าขาดทันที 2024
- ไม่วาย แฟนเก่านางที่เป็นทนายก็เข้ามาวุ่นวาย ให้เซ็นเอกสารแบ่งของ เราก็เอาของๆ เราอยู่แล้ว ไม่ยุ่งของของคนอื่น
- อย่างโชคดี พอหย่า เราก็ได้เงินที่เราเคยจ่ายเอ็กตร้าคืน คือเราได้เงินค่าบ้านครึ่งๆ
- ทนมาได้ยังไง 11 ปี ก็นึกว่ามันจะดีขึ้น นิสัยเราถ้ามีใครมาทำให้เรารู้สึกไม่โอเค ความรู้สึกที่เคยมีจาก100 ก็จะเหลือ 0 ทันที ก็ไตร่ตรองอยู่หลายปี
- อยู่กันไม่มีความสุข มีแต่ความรำคาญใจ ไม่สามารถเป็นตัวเองได้เลย ก็จดข้อดี ข้อเสีย เพื่อใช้เป็นตัวช่วยตัดสินใจ
- เอาข้อดีก่อน 1.เอาขยะไปทิ้ง 2.ซักผ้า 3.เก็บผ้ากลับตู้ 4.ดูดฝุ่นบางครั้ง
- ข้อเสียอะ โห...ไม่พูดดีกว่า เลยตัดสินใจง่ายเลย เพราะเราใช้เงินตัวเองใช้จ่ายของตัวเองอยู่แล้ว มันก็ไม่ยากหรอก ที่จะออกไปเช่าบ้านด้วยตัวเอง
- เรียนรู้อะไรจากปสก.นี้ที่ถูกควบคุมชีวิตมา 11 ปี
- รู้จักคุณค่าในตัวเอง
- รู้จักการรักตัวเอง เข้าใจอย่างจริงจัง
- รู้จักความรู้สึกตัวเอง ไม่ชอบ ก็ไม่เอา ไม่ทน
- ได้ทำสิ่งที่อยากทำ ไม่ต้องไปกลัวอะไรทั้งนั้น
- จงใช้ชีวิต ชีวิตมันสั้น
- ได้เป็นตัวของตัวเอง 100%
- สามารถนำปสก.เก่านั้นไปใช้ในอนาคต
- รู้จักการสร้างขอบเขต ถ้าใครเข้ามาล้ำ ก็พูดไปเลยตรงๆ
- สร้างลิสต์รายการว่า คนที่เข้ามาในอนาคต ต้องเป็นยังไง ลิสต์ของเราเขียน ทุกอย่าง ที่ตรงกันข้ามกับคนเก่า ฮ่าๆๆ ไม่เรื่องมากเรื่องการกิน นางต้องกินร้านอาหารบนห้างตลอด เวลามาไทย ติดดื่มแฟนซีเบียร์ แฟนซีบาร์ สกายบาร์อะไรเงี๊ย กินกระเทียม หัวหอม บล๊อคเคอรี่ไม่ได้ เกลียดกลิ่นผัดไทย น้ำปลา ข้อจำกัดเยอะ เกลียดจัตุจักร ซึ่งเราชอบจัตุจักรมาก ปัญหาล้านแปด
- หลังจากหย่าก็เดทผู้ชายนอร์เวย์บ้าง จนแบบเข็ดกับผู้ชายนอร์เวย์ หลายคนมักมองแย่ผู้หญิงไทยแย่ มักชอบเอาเปรียบ ว่าเราไม่รู้ตาสีตาสา คิดจะหลอก ฝันไปเถอะ
- หลังจากที่เรามีลิสต์รายการหนุ่มในอนาคตแล้ว ก็ไปเดท และเช็คลิสต์ไปด้วย ถ้าไม่ชอบ ก็ตัดให้ไว ไม่ต้องเจอกันอีก ไม่ก็พูดตรงๆ ว่า ไม่คลิก จบ เดทคนใหม่
- ผู้ชายนอร์เวย์หลายคนมักจะหวังกับการมีเซ็กเฉยๆ ไม่ผูกพันธ์ แต่เราก็รู้ทัน พวกที่ชอบชมเยอะๆ แตะตัวเยอะๆ ขอบายเลย
- บางคนก็แบบ เธอเป็นแฟนเราได้เฉพาะวันอาทิตย์นะ เพราะวันอื่นนางมีคนอื่น มีงี๊ด้วย
- บางคนก็ เรามาเจอให้เวลาได้ครั้งละ สองชม. นะ เอิ่ม...เมิงเห็นกรูเป็นหรี่รึ
- แต่เข้าใจว่า ก็ไม่ใช่กับสาวไทยเสมอไปที่พวกเค้าทำแบบนี้ พวกเค้าก็ทำกับผู้ญนอร์เวย์เช่นกัน เพราะคนนอร์เวย์นิยมรักสนุก ไม่ผูกพันธ์
- อ้อ..ก่อนตัดขาดกัน นางพูดว่า นางก็จะเอาไปเรื่อยๆ ไม่ย้ายใครจากเมืองไทยมานอร์เวย์อีก ดังนั้น สาวๆ ระวังไว้นะจ๊ะ คุยกับหนุ่มๆ หวังแค่จะมี ฮอลิเดย์เกิร์ลเฟรน ที่เมืองไทย จงรู้ตัวให้ทัน
ผู้ชายทุกประเทศ ดีแย่ ทุกที่แตกต่างกันไป
ดังนั้น อะไรดีก็บอกว่าดี เล่าจากปสก.
Ingen kommentarer:
Legg inn en kommentar