Sunday, August 23, 2015

บทสัมภาษณ์ : หนุ่มคนเก่งจากไทย ได้เข้าเรียนมหาลัยชื่อดังของนอร์เวย์


แนะนำตัวกันหน่อยจ้า
          สวัสดีครับ ชื่อ''เป้ง''ครับผม อายุ 25 ปี มานอร์เวย์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม  2015 ด้วยวีซ่านักเรียนครับ พักอยู่ Bjerke Studenthus ครับ


เรียนที่ไหน และเอกอะไร?
         ตอนนี้กำลังเรียน ป.โท ครับ ปี1  ที่ AHO, The Oslo school of  Architecture and Design (ภาคอินเตอร์) หลักสูตร 2 ปีครึ่ง เอก Master Of Architecture ครับ ด้านสถาปัตยกรรม เน้นด้านการออกแบบอาคาร สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งแวดล้อมครับ

จบป.ตรี มาจากไหน?
          จากสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร ครับ


คิดยังไง มาเรียนต่อที่นอร์เวย์ ทำไมไม่เป็นประเทศอื่น?

          คือตอนแรกก็ดูๆ ไว้หลายประเทศครับ มี อังกฤษ สวีเดน เยอรมัน นอร์เวย์ ก็ลองสมัครดูในมหาวิทยาลัยที่เค้ามีชื่อเสียงด้านออกแบบนะครับ สุดท้ายก็ติดอยู่ 2-3 ที่ แล้วลองเปรียบเทียบที่ชอบดูนะครับ ประกอบกับได้รับทุนการศึกษามาครับ โดยที่ที่ได้ทุนมานี้เป็นทุนเอกชน จากบริษัทสถาปนิก ที่ทำงานด้านการออกแบบ และงานเพื่อสังคมครับ ผมได้เข้าทำงานกับเค้ามาสองปี จึงได้รับโอกาสทุนการศึกษานี้มาครับ ถือว่าเป็นโอกาสครั้งใหญ่ครั้งนึงในชีวิตเลยครับ



เวลาเราสมัครเรียนนี่ เค้าวัดผลจากอะไร และใช้อะไรบ้าง?
          ใช้ ทรานสคริป จากมหาลัย ป.ตรี, ไอเอล 6 ขึ้นไป, Portfolio และ Resume ครับ

เลือกเรียนที่ AHO ด้วยเหตุผลอะไร?
          1. ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม และเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงพอสมควร
          2. อยากเดินทางท่องเที่ยวยุโรป
          3. อยากฝึกภาษาที่สาม แล้วก็กะจะมาหาที่เรียนภาษานอร์เวย์ที่นี่ด้วยครับ

ตอนทำเรื่องมาเรียน เราต้องโชว์เงินในบัญชีหรือไม่?
          ต้องเตรียมเงินครับ จำนวน NOK 100,920 โดยต้องอยู่ในบัญชีที่นอร์เวย์ แต่พอดีผมไม่มีบัญชีที่นี่ ทางมหาลัยเค้าเลยให้โอนเงินไปฝากไว้กับ Deposit Account (บัญชีเงินฝาก)ของทางมหาลัยก่อนครับ พอเปิดบัญชีที่นี่ได้แล้วก็ไปเอาคืนครับ


ต้องจ่ายค่าอะไรเพิ่ม? ค่าหนังสือ?
          ที่ AHO มีแค่ค่าสวัสดิการเล็กน้อย ประมาณ NOK 700 ครับ ส่วนค่ากินอยู่ผมขอทุนจากบริษัทเอกชนที่ไทยครับ เป็นบริษัทสถาปนิก กลับมาค่อยใช้คืนเมื่อเรียนจบครับ

การหาอพาร์ทเม้นท์ยาก/ง่ายอย่างไร? จ่ายงวดแรก? อยู่รวมกับคนอื่น?
          1. หาที่พักผ่าน SIO ไม่ยุ่งยากครับ เข้าไปเลือกดูในเว็บไซต์ของ SIO ได้เลย
          2. หลักการเลือกที่พัก ก็คือ หาที่พักที่ใกล้กับที่เรียน หรือใกล้กับสถานีขนส่งสาธารณะ
          3. จ่ายเป็นค่า Deposit (มัดจำ)จากที่ไทยไปก่อนครับ ส่วนใหญ่ก็ NOK8,000
          4. พอมาถึงที่ Oslo ก็ไปรับกุญแจกับทาง SIO ที่เค้านัดครับ
          5. เป็นห้องเดี่ยว ห้องน้ำแยก แต่ใช้ห้องครัวร่วมกัน ประมาณ 3-6 ห้อง โดยจะมีกฎให้นักเรียนผลัดเวรกันทำความสะอาด
          6. กระบวนการจองกับ SIO จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดครับ จะติดต่อสอบถามได้ทางเว็บไซต์ และอีเมลล์ครับ
          (SIO คือ ที่ที่เค้าจัดสรรค์ที่อยู่ให้นักศึกษา)


การเรียนที่นี่แตกต่างจากไทยอย่างไร?
          ผมจะตอบได้แค่ในมุมมองสาขาที่ผมเรียนนะครับ เรียนสถาปัตย์ ที่นี้ก็ไม่ต่างจากที่ไทยมากครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นการให้ทำโปรเจค ออกแบบ ตามหัวข้อของรายวิชา โดยมีทั้งงานกลุ่มและงานเดี่ยว ไม่มีเลคเชอร์นั่งโต๊ะเหมือนคณะอื่นๆ ครับ ส่วนใหญ่จะทำงานกันในสตูดิโอ หรือ Work Shop พอถึงกำหนดก็พรีเซนผลงาน ตามที่อาจารย์นัดตรวจครับ ซึ่งก็เป็นวิถีการเรียนแบบเดียวกับที่ไทยครับ จะแตกต่างตรงที่เครื่องไม้เครื่องมือที่นี่ดีกว่าที่ไทยมากเลยครับ ทำให้คิดออกแบบได้หลากหลายกว่า ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเครื่องมือ เครื่องกล ที่จะขึ้นชิ้นงานเหมือนที่ไทยครับ


เพื่อนร่วมห้อง มีชาติอะไรบ้าง เค้าเปิดรับเรามากน้อยแค่ไหน?
          เปิดรับเต็มที่เลยครับ เพราะคลาสผมเป็นคลาสอินเตอร์นะครับ จึงมีหลากหลายชาติมากๆแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นยุโรปครับ ในคลาสผมมีดังนี้ครับ นอร์เวย์ สวิตเซอแลนด์ ฝรั่งเศส โคลัมเบีย เซอร์เบีย โปรตุเกส จีน เยอรมัน สวีเดน สเปน อิตาลี แล้วก็ผมเอง ไทย ครับ 

          โดยแต่ละคนก็พูดคุยเข้าหากันดีครับไม่ถือตัวเลย จะมีคนจีนที่ผมว่า ดูค่อนข้างขี้อายอยู่บ้าง นักเรียนส่วนใหญ่ก็ทำกิจกรรมปนๆกันทุกชาติครับ แต่บางทีแต่ละคนก็จะมีกลุ่มชาติของตัวเองเอาไว้พูดคุยกันทำกิจกรรมด้วยกันเป็นกลุ่มๆ ครับ ส่วนผม เนื่องจาก ทั้งมหาวิทยาลัย AHO มีผมเป็นคนไทยอยู่คนเดียวจึงไม่มีพวกครับ ต้องไปขอแจมๆ กับชาติอื่นครับ ฮ่าๆๆ

          คลาสที่ผมเรียนมี 16 คนครับ เป็นคลาสเกี่ยวกับ การออกแบบผังเมืองในย่านชานเมืองของออสโลครับ

บรรยากาศการเรียน
มีเพื่อน มีคนรู้จักบ้างไหม?
          ไม่มีคนรู้จักเลยครับตอนมา แต่ก็มีโชคดี ได้มาเจอคนไทยที่นี้ เป็นรุ่นพี่ที่ศิลปากรครับ เค้ามีครอบครัวที่นี้ เลยได้เค้าช่วยเหลือใน 2 วันแรกครับ

อนาคต คิดจะหางานพาร์ททามทำไหม ประเภทไหน หรือว่าจะตั้งใจเรียนอย่างเดียว?
          มีแผนจะทำพาร์ททามครับ คงจะลองไปสมัครตามบริษัทสถาปนิกครับ แต่ก็คงรอให้อะไรมันเข้าที่ก่อน ค่อยเริ่มหางานครับ และอยากจะเรียนภาษาก่อนด้วยครับ

คิดยังไงกับนอร์เวย์ตอนนี้? 
          ตอนนี้ก็ยังตื่นเต้นครับ ฮ่าๆๆ ก็มีเหงาบ้าง เพราะคุยกับใครไม่ค่อยรู้เรื่อง หลงทางไปไหนไม่ค่อยเป็นครับ แต่คิดว่าอยู่ไปคงดีขึ้นครับ
พักทานซูชิแป๊ปครับ
ถ้าเรียนจบแล้ว จะกลับไปหางานทำที่ไทยเลย หรือหางานทำที่นี่?
          เรียนจบแล้ว ถ้าหางานทำที่นี่ได้ก็ทำครับ เพราะบริษัทที่ไทยเค้าบอกว่า ไม่ต้องรีบกลับมาใช้ทุนก็ได้ครับ ทำงานต่อไปอีกหน่อยค่อยกลับก็ได้ครับ ฮ่าๆๆ

คิดว่าภาษานอร์เวย์ ยากง่ายแค่ไหน คิดว่าลำบากไหมที่ต้องเรียนภาษาที่3?
          คิดว่าน่าจะยากครับ แต่ติดว่ามาเรียนภาษาในสถานที่จริง ได้ใช้จริง คงโอเคครับ ตอนอยู่ไทย ก่อนมานี่ก็เปิดๆ ดูคลิปสอนภาษาของพี่ อยู่บ้างครับ แฮะๆ

ตอนนี้พูดคำไหนได้บ้าง? ยกตัวอย่าง
          ja, nei, takk, unnskyld meg, har det bra , god dag และก็แนะนำชื่อ Jeg heter Prommanas น้อยนิดมากครับตอนนี้ 55


สุดท้าย อยากฝากบอกอะไรถึงเพื่อนๆ ที่กำลังอ่านบทสัมภาษณ์ของเป้ง
          ฝากบอกว่า การเรียนเมืองนอกเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมากๆ อยากให้คนที่มีความฝันเหมือนกันได้มาสัมผัส แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอยากจะมาก็มาได้ครับ มันต้องพยายามหนักมากๆ กว่าจะมาถึงนี้ได้ ยิ่งถ้าเป็นคนไม่มีเงินทุนแบบผมแล้ว ก็ต้องยิ่งพยายามครับ ทั้งเรื่องสอบ เรื่องหาทุน ภาษา อื่นๆ แต่สุดท้ายก็ทำได้ ทำให้รู้ว่าไม่มีอะไรเกินความพยายามของเราครับ และไม่ว่าใครที่ได้มีโอกาสแล้วก็ขอให้ใช้โอกาสให้เต็มที่ แล้วกลับบ้านไปช่วยกันพัฒนาประเทศครับ 

รับน้องเล็กน้อย โดยการแนะนำสถานที่ในมหาลัย

          น้องเป้ง เก่งจังเลยนะคะ ได้เข้ามหาลัยชื่อดังของที่นี่ได้ แอดมินขอตบมือให้ 10000000 ครั้งเลย ^^ ใครมีแพลนหรือสนใจอยากเรียนต่อที่นอร์เวย์ หรืออยากตามรอยน้องเป้ง ก็เชิญเลยจ้า ตั้งใจเรียน ขยันๆ ไม่ท้อ รับรองผลที่ได้มันต้องคุ้มกับที่เราลงทุนแน่นอน ดูน้องเป้งเป็นตัวอย่าง สู้เค้านะคะทุกคน



3 comments:

  1. เริ่่ดมากเลยค่ะ

    ReplyDelete
  2. อยากทราบว่าจะติดต่อ เป้ง ได้ทางไหนค่ะ พอดีอยากไปเรียนต่อที่นี้ เลยอยากทราบข้อมูล ขอบคุณค่ะ

    ReplyDelete
  3. Your blog is very informative. Eating mindfully has been very hard for people these days. It's all because of their busy schedules, work or lack of focus on themselves. As a student I must admit that I have not been eating mindfully but because of this I will start now. It could help me enjoy my food and time alone. Eating mindfully may help me be aware of healthy food and appreciating food.ติว igcse ที่ไหนดี

    ReplyDelete